คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้มีดดาบและมีพกทำร้ายนายหอมตายโดยเจตนาฆ่าและใช้มีดดาบทำร้ายนายชูถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 295จำเลยต่อสู้ว่า ที่ฆ่านายหอมนั้นเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ส่วนข้อหาทำร้ายนายชูจำเลยรับสารภาพศาลอาญาฟังว่าจำเลยทำผิดตามฟ้อง ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 และ 295 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 15 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์ในการพิจารณาลดกึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่ใช่เป็นการป้องกันตัว แต่จำเลยกระทำไปโดยบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และจำเลยได้ทำร้ายผู้ตายในขณะนั้นเองจึงพิพากษาแก้ศาลอาญาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72 ซึ่งเป็นกระทงหนัก ให้จำคุกจำเลย 10 ปี ลดกึ่งตามมาตรา 78 เหลือโทษจำคุก 5 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ก่อนเกิดเหตุราว 1 ชั่วโมงเศษผู้ตายกับจำเลยเล่นการพนันกัน ผู้ตายหาว่าจำเลยไม่ยอมให้เงินที่เสียการพนันเป็นเงิน 1 บาท แล้วเกิดโต้เถียงกันแล้วก็เลิกกันไปในเวลาต่อมาขณะที่จำเลยอยู่ที่เพิงซึ่งเป็นที่อยู่ของจำเลยผู้ตายเมาสุรามาที่เพิงนั้นและด่าแม่จำเลย
จำเลยมีความโกรธจึงได้ใช้มีดดาบฟันผู้ตาย 1 ที ถูกแขนซ้ายและแทงผู้ตายอีก 1 ที ถูกเหนือนมขวา แผลเหนือนมทำให้ถึงตายเพราะเสียเลือดมาก ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลทั้งสองว่าจำเลยได้ฆ่าผู้ตายโดยเจตนาและไม่ใช่กระทำโดยป้องกัน แต่ศาลฎีกาเห็นว่าน่าเห็นใจจำเลยที่ถูกผู้ตายเมาสุรามาอาละวาดด่าแม่ถึงที่อยู่ของจำเลย จำเลยสุดที่จะนิ่งเฉยอยู่ได้พอถือได้ว่าจำเลยได้ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 และฎีกาที่ 409/2498ส่วนข้อที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมิได้ต่อสู้ว่าจำเลยได้กระทำผิดเพราะบันดาลโทสะ จึงไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะหยิบยกขึ้นมาปรับกับคดีนั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าในคดีอาญา เมื่อข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ปรากฏในสำนวน แม้จะไม่มีประเด็นมาสู่ศาลก็ดี ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยในทางที่เป็นคุณแก่จำเลยได้เสมอ เพราะถือว่าเกี่ยวแก่ความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 และฎีกาที่ 1818/2499ศาลฎีกาพิพากษายืน