Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7115/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสำเนาทะเบียนบ้านปรากฏชื่อนาย ด. เป็นหัวหน้าครอบครัว นาง จ. เป็นภรรยา ส่วนผู้ร้องเป็นบุตรของนาย ด. กับนาง จ. สำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าวเป็นเอกสารมหาชนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้นจึงต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง เมื่อโจทก์มิได้นำสืบหักล้างให้เห็นว่าข้อความตามที่ได้ระบุไว้นั้นไม่ถูกต้อง จึงรับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรของนาย ด. เมื่อนาย ด. ถึงแก่ความตาย ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรของนาย ด. อันมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม จึงเป็นทายาทผู้หนึ่งที่มีสิทธิได้รับมรดกเรือยนต์ของกลาง แม้จะปรากฏว่านาย ด. มีบุตรอื่นอีกหลายคน ก็ต้องถือว่าผู้ร้องมีสิทธิรับมรดกร่วมเป็นเจ้าของเรือยนต์ของกลางด้วยผู้หนึ่ง ดังนั้น ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนเรือยนต์ของกลางได้ เมื่อจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดโดยนำเรือประมงเข้าไปจับปลาในเขตหวงห้าม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเรือประมงที่ใช้ในการกระทำความผิดมิได้เป็นของจำเลยทั้งสองแต่เป็นของผู้ร้องและผู้ร้องก็มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดดังกล่าว ศาลจึงมีอำนาจสั่งให้คืนเรือของกลางได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ. การประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 33, 60, 65, 69, 70, 71 และริบของกลาง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องและริบเรือยนต์พร้อมเครื่องมืออวนลากกับสัตว์น้ำรวม 15 กิโลกรัม ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เรือยนต์พร้อมอุปกรณ์การทำประมงของกลาง โดยผู้ร้องได้รับมรดกมาจากนายดลหล้า บิดาผู้ร้อง ต่อมาวันที่ 1 มกราคม 2540 ผู้ร้องให้จำเลยที่ 1 เช่าเรือยนต์ลำดังกล่าวไปทำการประมงมีกำหนด 1 ปี จำเลยทั้งสองนำเรือยนต์พร้อมอุปกรณ์ไปใช้ในการกระทำความผิด โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจ ขอให้คืนเรือยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของเรือยนต์ของกลาง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้คืนเรือยนต์ของกลางพร้อมอุปกรณ์การทำประมงแก่ผู้ร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยข้อแรกว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของเรือยนต์ของกลางหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายดลหล้าซึ่งเป็นเจ้าของเรือยนต์ของกลางถึงแก่ความตายไปก่อนเกิดเหตุ สำเนาทะเบียนบ้าน ปรากฏชื่อ นายดลหล้า นางเจ๊ะน๊ะ และผู้ร้องอยู่ในบ้านเดียวกันโดยระบุความเกี่ยวพันของบุคคลในบ้านกับหัวหน้าครอบครัวคือนายดลหล้าไว้ว่า นายเจ๊ะน๊ะเป็นภรรยา ส่วนผู้ร้องเป็นบุตร และระบุในช่องมารดาบิดาผู้ให้กำเนิดว่า ผู้ร้องมีมารดาชื่อเจ๊ะน๊ะ บิดาชื่อดลหล้า สำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าวเป็นเอกสารมหาชนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้นจึงต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง เมื่อโจทก์มิได้นำสืบหักล้างให้เห็นว่าข้อความตามที่ได้ระบุไว้นั้นไม่ถูกต้องจึงรับฟังได้ว่า

ผู้ร้องเป็นบุตรของนายดลหล้าและมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม เมื่อนายดลหล้าถึงแก่ความตายผู้ร้องจึงเป็นทายาทผู้หนึ่งที่มีสิทธิได้รับมรดกเรือยนต์ของกลาง แม้ตามสำเนาทะเบียนบ้านจะปรากฏว่านายดลหล้ามีบุตรอื่นอีกหลายคน ก็ต้องถือว่าผู้ร้องมีสิทธิรับมรดกร่วมเป็นเจ้าของเรือยนต์ของกลางด้วยผู้หนึ่ง ดังนั้น ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนเรือยนต์ของกลางคดีนี้ได้ การที่จำเลยทั้งสองนำเรือประมงของกลางเข้าไปจับปลาในเขตหวงห้าม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของเรือประมงของกลางดังกล่าวมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด จึงสมควรคืนเรือยนต์ของกลางให้ผู้ร้องไปศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาให้คืนเรือยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนแต่เฉพาะเรือยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภิชาต สุขัคคานนท์ · ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · จังหวัด วิเชียรสรรค์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกระบี่ - นายศักดิ์ เกียรติชัยศักดิ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายมานัส เหลืองประเสริฐ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้