Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713656)

พ.ศ. 2567 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้โจทก์เป็นเอกชน ยื่นฟ้อง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ 1 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำแพงเพชร (ส.ป.ก. กำแพงเพชร) ที่ 2 จำเลย ความว่า โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยมีความประสงค์จะโอนสิทธิแบ่งแปลงที่ดินให้แก่หลานของโจทก์ทั้งสี่คน แต่เนื่องจากโจทก์ไม่รู้หนังสือและระเบียบของทางราชการ จึงดำเนินการตามคำแนะนำของผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ของ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์เป็นเอกชน ยื่นฟ้อง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ 1 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำแพงเพชร (ส.ป.ก. กำแพงเพชร) ที่ 2 จำเลย ความว่า โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยมีความประสงค์จะโอนสิทธิแบ่งแปลงที่ดินให้แก่หลานของโจทก์ทั้งสี่คน แต่เนื่องจากโจทก์ไม่รู้หนังสือและระเบียบของทางราชการ จึงดำเนินการตามคำแนะนำของผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ที่แจ้งให้โจทก์สละสิทธิการทำประโยชน์ในที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2 โจทก์ไม่มีเจตนาที่จะสละสิทธิทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 เป็นผู้กรอกข้อความรายละเอียดการแบ่งแปลงเข้าทำประโยชน์

การกำหนดจำนวนเนื้อที่ และได้มอบใบตอบรับการสอบสวนสิทธิ ยื่นคำขอหลังประกาศแบ่งแปลง พร้อมทั้งวาดรูปแผนที่การแบ่งแปลงกำหนดตำแหน่งว่าหลานของโจทก์แต่ละคนครอบครองที่ดินตำแหน่งใด ต่อมา โจทก์ไปติดตามเรื่องได้รับแจ้งว่า ที่ดินของโจทก์บางส่วนอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดินและไม่สามารถแบ่งแยกที่ดินให้แก่หลานทั้งสี่ได้ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ผู้สืบสายโลหิตโดยตรงของโจทก์ และเมื่อโจทก์สละสิทธิการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทแล้วก็ไม่สามารถคืนสิทธิการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้ ด้วยเหตุนี้ การแสดงเจตนาสละสิทธิการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเป็นการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมและในตัวบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีแห่งนิติกรรม จึงตกเป็นโมฆะ

ขอให้ศาลเพิกถอนการสละสิทธิในที่ดินของบุคคลที่ได้รับสิทธิในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและการทำนิติกรรมเกี่ยวกับการแบ่งโอนสิทธิที่ดินแปลงพิพาทและนิติกรรมที่ทำให้การเป็นผู้ได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินพิพาทของโจทก์สิ้นไป และให้จำเลยทั้งสองคืนสิทธิให้โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าว

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ยื่นคำขอสละสิทธิทำประโยชน์ในที่ดินของบุคคลที่ได้รับสิทธิในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก. 4-52 ก) ต่อ ส.ป.ก. กำแพงเพชร โจทก์จึงสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงพิพาทตั้งแต่วันที่ยื่น อันเป็นไปโดยผลของกฎหมายและคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดไม่ต้องมีมติให้โจทก์สิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินอีกต่อไป เมื่อนาย ศ. นาย ย. นางสาว ร. และนายว. เป็นหลานของอดีตสามีโจทก์ซึ่งเสียชีวิตแล้ว มิใช่หลานของโจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับการโอนสิทธิเพื่อเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท และโจทก์เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอสละสิทธิด้วยความสมัครใจมิได้เกิดจากกลฉ้อฉลแต่อย่างใด จำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจที่จะให้โจทก์ได้สิทธิในที่ดิน

การอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน การสิ้นสิทธิเข้าทำประโยชน์ การสละสิทธิ การระงับสิทธิแก่ผู้ได้รับอนุญาตเป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลจังหวัดกำแพงเพชรเห็นว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบกฎหมายที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ศาลปกครองพิษณุโลกเห็นว่า คดีนี้ไม่ปรากฏว่ามีการกระทำของฝ่ายปกครองที่เป็นวัตถุแห่งคดี จึงมิใช่คดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 72 วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ประสงค์ให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมตามคำขอสละสิทธิที่ดินของบุคคลที่ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก. 4-52 ก) ลงวันที่ 2 เมษายน 2557 โดยอ้างว่า โจทก์แสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม และมิได้โต้แย้งเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่อย่างใด ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นกรณีที่โจทก์มุ่งหมายให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมและขอให้ศาลมีคำพิพากษารับรองสิทธิในที่ดินของโจทก์ กรณีจึงมิใช่คดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการเพิกถอนนิติกรรมทางแพ่งและการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินของเอกชน ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
67/2567
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้