Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7144/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยแล้ว แม้จำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือตัวแทนของจำเลยมิได้เป็นผู้รับเอกสารนั้น การแสดงเจตนาแก่จำเลยผู้อยู่ห่างโดยระยะทางดังกล่าว ก็ถือว่าไปถึงผู้รับการแสดงเจตนาแล้ว ย่อมมีผลสมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 169 วรรคหนึ่ง อีกทั้งก่อนบอกเลิกสัญญา โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาหลายครั้ง การบอกเลิกสัญญาดังกล่าวจึงชอบ ถือได้ว่าสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยสิ้นสุดลงในวันที่หนังสือบอกเลิกสัญญาไปถึงจำเลย และเมื่อได้ความว่าโจทก์สงวนสิทธิในการเรียกค่าปรับไว้ก่อนบอกเลิกสัญญา โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าปรับจากจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 19,381,830 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมชำระด้วยจำนวน 5,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยที่ 1 และบริวารออกไปจากอาคารที่ก่อสร้าง จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินจำนวน 18,843,185 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

โจทก์ให้การขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และบริวารออกไปจากอาคารที่ก่อสร้าง และชำระเงินจำนวน 19,381,830 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทนจำนวน 5,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 40,000 บาท จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เฉพาะในเงินค่าปรับจำนวน 5,885,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท แทนโจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์พร้อมครุภัณฑ์ โจทก์เป็นผู้ว่าจ้าง ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับจ้าง โดยโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกำหนดค่าจ้างกันไว้จำนวน 55,000,000 บาท แบ่งงานออกเป็น 14 งวด กำหนดให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ภายในวันที่ 27 มกราคม 2532 เมื่อครบกำหนดอายุสัญญา ปรากฏว่างานยังไม่แล้วเสร็จ

มีการตกลงต่ออายุสัญญาจ้างนั้นออกไปจนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2532 เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว จำเลยที่ 1 ส่งมอบงานได้เพียงงวดที่ 1 ถึงงวดที่ 10 เท่านั้น ส่วนงานงวดที่ 11 ถึงงวดที่ 14 ยังมีปัญหาโต้เถียงกัน สำหรับปัญหาที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์พร้อมครุภัณฑ์ตามคำฟ้องสิ้นสุดลงเมื่อใด ได้ความตามทางนำสืบของโจทก์ว่าเมื่อถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2532 ซึ่งพ้นกำหนดการต่ออายุสัญญาจ้างนั้นแล้ว โจทก์มีหนังสือเร่งรัดให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบงานงวดที่ 11 ถึงงวดที่ 14 โดยเร็ว ตามหนังสือแจ้งสงวนสิทธิการปรับลงวันที่ 25 ธันวาคม 2532 แต่จำเลยที่ 1 ก็ยังดำเนินงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ต่อมาวันที่ 9 เมษายน 2533 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยที่ 1 เอกสารดังกล่าวไปถึงจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2533 แม้จำเลยที่ 1 หรือตัวแทนของจำเลยที่ 1 มิได้เป็นผู้รับเอกสารนั้น

การแสดงเจตนาแก่จำเลยที่ 1 ผู้อยู่ห่างโดยระยะทางดังกล่าวก็ถือว่าไปถึงผู้รับการแสดงเจตนาแล้ว ย่อมมีผลสมบูรณ์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 130 วรรคหนึ่ง เดิม (มาตรา 169 วรรคหนึ่ง) ซึ่งก่อนบอกเลิกสัญญาโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาหลายครั้งแล้ว การบอกเลิกสัญญาดังกล่าวจึงหาได้เสียไปดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกาไม่ ถือได้ว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 สิ้นสุดลงในวันที่ 10 เมษายน 2533 เมื่อได้ความว่าโจทก์สงวนสิทธิในการเรียกค่าปรับไว้ก่อนบอกเลิกสัญญา โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าปรับจากจำเลยที่ 1 เป็นเงินจำนวน 5,885,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป และได้ความตามข้อนำสืบของโจทก์ว่า

สำหรับงานงวดที่ 11 และงวดที่ 12 จำเลยที่ 1 ยังทำไม่เสร็จเรียบร้อย ส่วนงานงวดที่ 13 และงวดที่ 14 จำเลยที่ 1 ส่งมอบหลังจากที่โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาแล้ว คณะกรรมการตรวจการจ้างของโจทก์จึงไม่ตรวจรับ ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายบกพร่องในการปฏิบัติตามสัญญา การที่โจทก์บอกเลิกสัญญาย่อมเรียกไม่ได้ว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าจ้างตามข้อตกลงในสัญญาจ้าง?

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าเสียหายจำนวน 9,000,000 บาท โดยไม่คิดดอกเบี้ยและค่าปรับจำนวน 5,885,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัตร์ สุขเกษม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วิบูลย์ มีอาสา
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายจักรกฤช เจริญเลิศ
ศาลอุทธรณ์ - นางอมรรัตน์ ดีศรีวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4385/2540

สัญญาซื้อขายข้อ 10 มีข้อความว่า "ในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาข้อ 9 ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละศูนย์จุดสอง (0.2) ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ นับแต่จากวันถัดจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2535

โจทก์ทำงานล่าช้าไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ได้รับการต่ออายุสัญญา 2 ครั้ง ระยะเวลาที่ต่ออายุดังกล่าวต่างครบกำหนดก่อนวันที่โจทก์ส่งมอบงานงวดสุดท้าย แม้การต่ออายุสัญญาดังกล่าวจะทำให้อายุของสัญญาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2732/2522

จำเลยว่าจ้างโจทก์ทำแม่พิมพ์ เมื่อค่าจ้างครบหนึ่งแสนบาทจึงคิดบัญชีกันครั้งหนึ่ง หลังจากจำเลยจ้างโจทก์แล้วค้างชำระหนี้ยังไม่ถึงหนึ่งแสนบาท จำเลยไม่ว่าจ้างอีก กลับไปสั่งทำจากที่อื่นแทน ครั้นโจทก์ทวงถามให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1283/2510

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(16) ที่ว่า 'สิทธิเรียกร้องของบุคคลผู้เป็นคู่ความเรียกเอาเงินที่ได้จ่ายล่วงหน้าให้แก่ทนายความของตน มีกำหนดอายุความสองปี' นั้น มิได้หมายความเฉพาะคู่ความและทนายความใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2567

โจทก์นำเหล็กเส้นมาใช้หรือเตรียมใช้ในการก่อสร้างอาคารให้แก่จำเลยที่ 1 ตามสัญญา เหล็กเส้นดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของการงานที่โจทก์ทำค้างไว้และเป็นเบี้ยปรับ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 382 จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้