Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 715909)

พ.ศ. 2568 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ บริษัท ท. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลย สรุปความได้ว่า โจทก์กับจำเลยได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายรถบรรทุก 4 ตัน ติดกระเช้า (รถแก้กระแสไฟฟ้าติดกระเช้า) จำนวน 100 คัน กำหนดส่งมอบเป็น 2 งวด งวดละ 50 คัน ขณะทำสัญญาโจทก์ได้นำหนังสือสัญญาค้ำประกันมอบให้แก่จำเลยเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ภายหลังทำสัญญาโจทก์และจำเลยได้ตกลงแก้ไขรายละเอียดเพิ่มเติมสัญญาซื้อขายดังกล่าว ต่อมาโจทก์ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยครบถ้วนแต่เกินกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ จำเลยได้ตรวจรับสินค้าดังกล่าวและชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ โดยหักเงินค่าสินค้าเป็นค่าปรับไว้ แต่ภายหลังจำเลยได้พิจารณางดค่าปรับและคืนเงินค่าปรับให้แก่โจทก์บางส่วน โจทก์เห็นว่าการที่โจทก์ส่งมอบสินค้าเกินกำหนดระยะเวลาส่งมอบมิใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิปรับโจทก์ ความล่าช้ามิได้เกิดจากความผิดของโจทก์ จําเลยไม่เคยแจ้งข้อเรียกร้องใ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ บริษัท ท. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลย สรุปความได้ว่า โจทก์กับจำเลยได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายรถบรรทุก 4 ตัน ติดกระเช้า (รถแก้กระแสไฟฟ้าติดกระเช้า) จำนวน 100 คัน กำหนดส่งมอบเป็น 2 งวด งวดละ 50 คัน ขณะทำสัญญาโจทก์ได้นำหนังสือสัญญาค้ำประกันมอบให้แก่จำเลยเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ภายหลังทำสัญญาโจทก์และจำเลยได้ตกลงแก้ไขรายละเอียดเพิ่มเติมสัญญาซื้อขายดังกล่าว ต่อมาโจทก์ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยครบถ้วนแต่เกินกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ จำเลยได้ตรวจรับสินค้าดังกล่าวและชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ โดยหักเงินค่าสินค้าเป็นค่าปรับไว้ แต่ภายหลังจำเลยได้พิจารณางดค่าปรับและคืนเงินค่าปรับให้แก่โจทก์บางส่วน

โจทก์เห็นว่าการที่โจทก์ส่งมอบสินค้าเกินกำหนดระยะเวลาส่งมอบมิใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิปรับโจทก์ ความล่าช้ามิได้เกิดจากความผิดของโจทก์ จําเลยไม่เคยแจ้งข้อเรียกร้องให้โจทก์ชำระค่าปรับภายใน 30 วัน นับแต่วันที่โจทก์ได้รับแจ้ง และไม่เคยสงวนสิทธิที่จะเอาค่าปรับจากโจทก์ อันเป็นเงื่อนไขที่กําหนดให้จำเลยจะต้องดำเนินการก่อนที่จะปรับโจทก์ สัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยคืนเงินค่าปรับและค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ระหว่างพิจารณาศาลแพ่งเห็นว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลแพ่งเห็นว่า คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายรถบรรทุก 4 ตัน ติดกระเช้า ระหว่างโจทก์กับจำเลยถือเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นต่อการจัดทำบริการสาธารณะของจำเลยให้บรรลุผลมีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลปกครองกลางเห็นว่า คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายรถบรรทุก 4 ตัน

ติดกระเช้า ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นเพียงการจัดซื้อครุภัณฑ์เพื่อนำมาใช้ในงานของจำเลยมิได้มีวัตถุประสงค์ให้โจทก์เข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาสัญญาทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2503 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. 2542 แต่เมื่อพิจารณาข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยตามที่โจทก์บรรยายฟ้องตามสัญญาซื้อขายรถบรรทุก 4 ตัน ติดกระเช้า (รถแก้กระแสไฟฟ้าติดกระเช้า) จำนวน 100 คันเป็นเพียงสัญญาซื้อขายรถบรรทุก 4 ตัน ติดกระเช้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกให้แก่การดำเนินงานของผู้ถูกฟ้องคดีโดยสัญญามีสาระสำคัญเพียงว่าให้โจทก์ส่งมอบครุภัณฑ์รถบรรทุก 4 ตัน ติดกระเช้า จำนวน 100 คัน ตามรายละเอียดคุณลักษณะที่ระบุในสัญญา โดยโจทก์มีหน้าที่ชำระเงินเมื่อได้รับมอบสินค้าและจำเลยมีหน้าที่ส่งมอบสินค้าตามที่ตกลงซื้อขายให้ครบถ้วนตามสัญญา ลักษณะของสัญญาพิพาทจึงเป็นเพียงสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์ที่หน่วยงานทางปกครองผู้ซื้อมุ่งผูกพันตนกับผู้ขายซึ่งเป็นเอกชนด้วยใจสมัครบนพื้นฐานแห่งความเสมอภาค

ทั้งไม่มีลักษณะเป็นการให้โจทก์เข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะโดยตรงหรือมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทานหรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ อันจะเข้าลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองตามบทนิยาม "สัญญาทางปกครอง" ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ข้อพิพาทตามคำฟ้องในคดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง หากแต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
29/2568
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้