เนื้อความคำพิพากษา
คดีนี้ นางสาว ส. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 1 เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นคดีของศาลปกครอง ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองยื่นคำให้การว่าผลิตภัณฑ์พิพาทในคดีดังกล่าวผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นผู้เปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดและมิได้มีการกันเงินสินบนให้แก่ผู้ฟ้องคดี ซึ่งเป็นผู้แจ้งความนำจับ ผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เพื่อสอบถามรายชื่อผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ยกเว้นผลิตภัณฑ์ในคดีที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดแล้ว แต่มิได้กันเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้ฟ้องคดี จากนั้นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีหนังสือแจ้งว่าหากผู้ฟ้องคดีประสงค์จะทราบรายชื่อผลิตภัณฑ์อื่น
ๆ ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดแล้ว แต่ยังมิได้กันเงินสินบนให้แก่ผู้ฟ้องคดี ขอให้ผู้ฟ้องคดีแจ้งรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ประสงค์จะตรวจสอบเพื่อที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะได้ดำเนินการตรวจสอบและแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบต่อไป ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า คำชี้แจงของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ไม่มีเหตุผลและผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองยังมิได้ตอบข้อสอบถามให้ตรงกับประเด็นคำถามตามหนังสือของผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองแจ้งรายชื่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีการเปรียบเทียบปรับ แต่ยังไม่ได้กันเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้ฟ้องคดี (ถ้ามี) กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองตอบคำถามตามหนังสือของผู้ฟ้องคดี
ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 ให้ชัดแจ้ง ก่อนมีคำพิพากษา ศาลปกครองกลางเห็นว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองกลางเห็นว่า คดีที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองละเลยไม่แจ้งผลการดำเนินการกรณีผู้ฟ้องคดีมีหนังสือสอบถามรายชื่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผู้ฟ้องคดีได้แจ้งความนำจับและประสงค์เงินสินบนที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดแล้ว แต่ไม่ได้มีการกันเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เป็นการกล่าวอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองละเลยต่อหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลจังหวัดนนทบุรีว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควรอันเข้าลักษณะเป็นคดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) และ (3)
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงสาธารณสุข จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 โดยผู้ฟ้องคดีบรรยายฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเพิกเฉยไม่ตอบคำถามของผู้ฟ้องคดีตามหนังสือสอบถาม ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 ที่ผู้ฟ้องคดีขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองแจ้งรายชื่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเปรียบเทียบปรับแล้ว แต่ยังไม่ได้กันเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้ฟ้องคดี
เห็นว่า แม้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 จะเป็นกฎหมายที่มีบทกำหนดความผิดและโทษทางอาญา แต่เมื่อวัตถุประสงค์ของผู้ฟ้องคดีเป็นไปเพื่อการตรวจสอบการดำเนินการทั่วไปของฝ่ายปกครอง อันเป็นการใช้อำนาจในทางปกครอง มิใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการตรวจสอบและดำเนินการอันเกี่ยวกับความผิดทางอาญากรณีมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายอันจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง (ไม่มี -) - -