Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 717055)

พ.ศ. 2568 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ บริษัท ค. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท น. กับพวกรวม 10 คน จำเลย อ้างว่า

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้ บริษัท ค. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท น. กับพวกรวม 10 คน จำเลย อ้างว่า จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 8 เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 9 เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 10 เป็นหน่วยงานของรัฐ จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ขอใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 จากจำเลยที่ 10 โดยจำเลยที่ 1 ได้ติดตั้งวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 ไว้ใช้ในโรงงานไฟฟ้าพลังไอน้ำของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 จึงเป็นเจ้าของและมีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายโดยสภาพ และมีหน้าที่ในการป้องกันควบคุมดูแลความปลอดภัยมิให้วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 หลุดออกไปจากการครอบครองดูแล

ส่วนจำเลยที่ 10 มีหน้าที่ต้องตรวจสอบและวิเคราะห์ความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และรังสีวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี กากกัมมันตรังสีและเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว จำเลยที่ 10 มีหน้าที่ต้องเข้าไปตรวจสอบและวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการของจำเลยที่ 1 ต่อมา วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 หายออกจากโรงงานของจำเลยที่ 1 ทำให้เกิดการรั่วไหล และแพร่กระจายไปยังแหล่งชุมชนและโรงงานของโจทก์ และผลจากการไม่เข้าไปตรวจสอบในโรงงานของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 10 ถือว่าจำเลยที่ 10 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 จงใจหรือประมาทเลินเล่อ

ทำให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยทั้งสิบชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 10 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลแพ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จำเลยที่ 10 เป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 ซึ่งเป็นเอกชน ทำให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 อันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยทั้งสิบร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์

ไม่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า คำฟ้องในส่วนที่ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 เป็นคดีพิพาทที่เอกชนฟ้องเอกชนให้รับผิดจากการกระทำละเมิด มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 สำหรับคำฟ้องในส่วนของโจทก์และจำเลยที่ 10 เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์กล่าวอ้างว่า โจทก์ได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 เป็นเจ้าของและมีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายโดยสภาพและมีหน้าที่ในการป้องกันควบคุมดูแลความปลอดภัยมิให้วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม

- 137 หลุดออกไปจากการครอบครองดูแล จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ส่วนจำเลยที่ 10 มีหน้าที่ต้องตรวจสอบและวิเคราะห์ความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และรังสีวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี กากกัมมันตรังสีและเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว จึงต้องเข้าไปตรวจสอบและวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการของจำเลยที่ 1 แต่เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 10 ไม่ได้ไปตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ และได้จัดทำรายงานเท็จเสนอต่อจำเลยที่ 10 ว่าได้ไปตรวจสถานที่ตั้งวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม

- 137 ที่โรงงานของจำเลยที่ 1 แล้วพบว่ามีความมั่นคงปลอดภัย ต่อมา วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 หายออกจากโรงงานของจำเลยที่ 1 ทำให้เกิดการรั่วไหล และแพร่กระจายไปยังแหล่งชุมชนและโรงงานของโจทก์ และผลจากการไม่เข้าไปตรวจสอบในโรงงานของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 10 ถือว่าจำเลยที่ 10 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย สำหรับคำฟ้องในส่วนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 นั้น จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 ไม่โต้แย้งเขตอำนาจศาลว่าคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ทั้งตามคำฟ้องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 เป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนด้วยกันเกี่ยวกับการกระทำละเมิดและทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งข้ออ้างที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องนั้นแยกได้ต่างหากจากคำฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 10 ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง คดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยเฉพาะคำฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 10 ว่าเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองดังที่จำเลยที่ 10 โต้แย้งหรือไม่ เห็นว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จำเลยที่ 10 เป็นส่วนราชการและเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

พ.ศ. 2534 สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 จำเลยที่ 10 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 โดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 มาตรา 17 และมาตรา 107 ประกอบกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 กำหนดให้จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ในการกำกับดูแลทางนิวเคลียร์และรังสีเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ ประชาชน และสิ่งแวดล้อม โดยการบริหารจัดการด้านพลังงานนิวเคลียร์และรังสี

กำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 10 ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการกำกับดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงตรวจสอบและวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการของจำเลยที่ 1 ทำให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
17/2568
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้