Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7178/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติตาม ป.วิ.อ. มาตรา 166 และ 181 ได้กำหนดหน้าที่ของโจทก์ว่าในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาคดี โจทก์จะต้องมาศาลตามนัด มิฉะนั้นให้ศาลยกฟ้องเสียเว้นแต่จะมีเหตุสมควรจึงจะให้เลื่อนคดีไป บทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่จะเร่งรัดการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วมิให้มีการประวิงคดี จึงกำหนดมาตรการดังกล่าวเพื่อให้โจทก์ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดในวันนัดสืบพยานโจทก์แม้จะมีพนักงานอัยการอื่นที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ที่ศาลชั้นต้นหาใช่มีฐานะเป็นเจ้าของสำนวนและก็หาได้มีพนักงานอัยการคนใดมาแถลงให้ศาลชั้นต้นทราบเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปไม่ โจทก์ในฐานะเป็นเจ้าของสำนวนต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในหน้าที่การงานของตนจะผลักภาระความรับผิดชอบของตนให้แก่พนักงานอัยการอื่นหาสมควรไม่ การที่โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดในกรณีดังกล่าว ถือเป็นความผิดพลาดบกพร่องของโจทก์เอง กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 67, 102 และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้ 2 ปาก แล้วอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 15 ธันวาคม 2543 เวลา 9 นาฬิกา ครั้นถึงวันนัดโจทก์แถลงว่าพนักงานอัยการโจทก์เจ้าของสำนวนลาพักผ่อนประจำปี มีพยานมาศาลพร้อมสืบ 2 ปาก แต่โจทก์ติดว่าความคดีอื่นไม่สามารถสืบพยานคดีนี้ได้ขอเลื่อนคดี กับขอให้พยานที่มาศาลลงลายมือชื่อทราบวันนัดและออกหมายเรียกพยานดังกล่าวอีก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2544 เวลา 9 นาฬิกา โดยให้จ่าสิบตำรวจพิทักษ์ และสิบตำรวจเอกธวัชชัย พยานโจทก์ลงลายมือชื่อทราบวันนัดไว้และออกหมายเรียกพยานโจทก์ดังกล่าว ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ เจ้าหน้าที่ศาลทำรายงานเจ้าหน้าที่เสนอต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อเวลา 11.30 นาฬิกา ได้ประกาศเรียกนายกิตติศักดิ์ พนักงานอัยการโจทก์ แต่โจทก์ไม่เข้าห้องพิจารณาคดี จึงโทรศัพท์ไปแจ้งที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์รับโทรศัพท์แล้วบอกว่าให้ดูพยานและกำหนดวันนัดเอง หากพยานไม่มาให้เลื่อนคดีไปปรากฏว่าพยานมาศาล 2 ปาก และนั่งรอโจทก์อยู่หน้าห้องพิจารณาคดีตั้งแต่เวลาประมาณ 9 นาฬิกา แต่ยังไม่พบโจทก์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2544 ว่า การที่โจทก์ไม่มาศาลทั้งที่ยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อศาลคือนำพยานเข้าสืบ ทั้งพยาน 2 ปากมาศาลพร้อมสืบ โจทก์มิได้แถลงขอเลื่อนการพิจารณาคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบก่อนหรือในวันนัด อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 ประกอบมาตรา 181 ให้ยกฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องว่า ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ที่ศาลชั้นต้นตามกำหนดนัดเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้และคดีอื่นอีก 5 คดี คดีนี้โจทก์แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ศาลตั้งแต่เวลาประมาณ 9 นาฬิกา ว่า พยานที่โจทก์ขอหมายเรียกไว้ 2 ปาก ยังไม่มาศาล หากพยานไม่มาศาลโจทก์จะขอเลื่อนคดีไปก่อน หากศาลชั้นต้นจะออกนั่งพิจารณาคดีให้ติดตามโจทก์ได้ที่ห้องพิจารณาคดีอื่น

เนื่องจากโจทก์ต้องไปดำเนินกระบวนพิจารณาคดีอื่นและไปติดตามสำนวนเวรชี้ที่ห้องเก็บสำนวนคดีแดง โดยไม่ได้เข้าห้องพิจารณาคดีนี้ ต่อมาเวลา 11.45 นาฬิกา โจทก์ไม่พบพยานที่ศาลจึงกลับไปติดตามพยานที่สำนักงานของโจทก์ เมื่อเจ้าหน้าที่ศาลโทรศัพท์ไปแจ้งโจทก์ว่าพยานที่โจทก์ขอหมายเรียกไว้ไม่มาศาลจะทำอย่างไร โจทก์แจ้งว่ายังติดตามพยานไม่ได้ขอเลื่อนคดีไปก่อนและได้กลับมาที่ศาลชั้นต้น เวลา 12.20 นาฬิกา จึงทราบว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้องไปแล้ว การที่โจทก์มิได้อยู่ในห้องพิจารณาคดีในขณะนั้นเพราะอยู่ระหว่างการติดตามพยานที่ไม่มีผู้ใดแจ้งแก่พนักงานอัยการที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลชั้นต้นให้ดำเนินการแทนโจทก์โจทก์ไม่ได้ละเลยไม่มาปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใดขอให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณานัดสืบพยานโจทก์ต่อไป จำเลยยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์จงใจไม่มาศาลตามกำหนดนัด ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย "

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า มีเหตุสมควรที่จะยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่หรือไม่ เห็นว่า บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 และ 181 ได้กำหนดหน้าที่ของโจทก์ว่า ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาคดีโจทก์จะต้องมาศาลตามนัด มิฉะนั้นให้ศาลยกฟ้องเสียเว้นแต่จะมีเหตุสมควรจึงจะให้เลื่อนคดีไป บทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่จะเร่งรัดการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วมิให้มีการประวิงคดีจึงกำหนดมาตรการดังกล่าวเพื่อให้โจทก์ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

ที่โจทก์ฎีกาว่าขณะที่ศาลชั้นต้นยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณา โจทก์มิได้อยู่ในห้องพิจารณาเพราะอยู่ระหว่างติดตาม พยานมาศาลโจทก์จึงไม่ได้จงใจที่จะไม่มาศาลตามกำหนดนัดนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า ในวันที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้มีการเลื่อนคดีตามคำแถลงของโจทก์ในวันนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 15 ธันวาคม 2543 นั้น ศาลชั้นต้นให้พยานโจทก์คือจ่าสิบตำรวจพิทักษ์ และสิบตำรวจเอกธวัชชัย พยานโจทก์ลงลายมือชื่อทราบวันนัดไว้ก่อนแล้ว และเมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ต่อมาในวันที่ 9 พฤษภาคม 2544 เวลา 9 นาฬิกา พยานทั้งสองมาศาลตามนัดโดยนั่งรอโจทก์อยู่หน้าห้องพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น หากโจทก์ขวนขวายในการติดตามพยานทั้งสองดังว่าจริง ย่อมจะต้องพบพยานทั้งสองที่หน้าห้องพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นอย่างแน่นอน

การที่โจทก์ไม่พบพยานทั้งสองดังกล่าวและไม่ปรากฎว่าโจทก์พยายามติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลให้ประกาศเรียกหาตัวพยานทั้งสองแต่อย่างใดข้ออ้างของโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักรับฟัง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ขณะเกิดเหตุมีพนักงานอัยการอื่นปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ที่ศาลชั้นต้น หากพยานทั้งสองมาศาลจริงพนักงานอัยการเหล่านั้นจะต้องแถลงให้ศาลชั้นต้นทราบเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปปัญหาที่โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดก็จะไม่เกิดขึ้นนั้นเห็นว่า พนักงานอัยการอื่นตามที่โจทก์ว่าหาใช่มีฐานะเป็นเจ้าของสำนวนและก็หาได้มีพนักงานอัยการคนใดมาแถลงให้ศาลชั้นต้นทราบเพื่อดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไปไม่ โจทก์ในฐานะเป็นเจ้าของสำนวนจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในหน้าที่การงานของตนจะผลักภาระความรับผิดชอบของตนให้แก่พนักงานอัยการอื่นหาสมควรไม่การที่โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดในกรณีดังกล่าว ถือว่าเป็นความผิดพลาดบกพร่องของโจทก์เอง กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกคำร้องมานั้น ชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ปิติสันต์ · สมศักดิ์ เนตรมัย · สุภิญโญ ชยารักษ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2566

ก่อนเริ่มพิจารณาคดีศาลชั้นต้นสอบถามจำเลยเรื่องทนายความแล้ว จำเลยแถลงไม่ต้องการทนายความ ศาลจึงอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดี ที่โจทก์ขอให้เพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2563

ป.วิ.อ. มาตรา 166 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ถ้าโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัดให้ศาลยกฟ้องเสีย คำว่า "กำหนดนัด" ตามบทบัญญัติดังกล่าว หมายถึงกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องหรือกำหนดนัดตรวจพยานหลักฐาน หรือกำหนดนัดพิจารณาซึ่งเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7493/2560

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 166 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ถ้าโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัด ให้ศาลยกฟ้องเสีย ซึ่งคำว่า "กำหนดนัด" ตามบทบัญญัติดังกล่าว หมายถึง กำหนดนัดไต่สวนหรือกำหนดนัดพิจารณา แต่ข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1967/2549

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ศาลนัดสืบพยานโจทก์เวลา 9 นาฬิกา โจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้วจึงมีหน้าที่ต้องมาศาลตามกำหนด แม้ น. พนักงานอัยการโจทก์เจ้าของสำนวนจะมาที่ศาลแล้วแต่ก็มิได้เข้าห้องพิจารณา โดย น. ไปทำหน้าที่แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4702/2548

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 19 บัญญัติให้โจทก์อาจฟ้องด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ หากจะฟ้องด้วยวาจาตามวรรคสองของบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้โจทก์ต้องแจ้งต่อศาลถึงชื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้