Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7193/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซื้อได้ระบุแบ่งแยกสิทธิเรียกค่าเสียหายของเจ้าของหรือผู้ให้เช่าซื้อไว้ 2 กรณี คือ กรณีรถถูกริบโดยไม่ใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ ส่วนอีกกรณีหนึ่ง คือ กรณีที่รถถูกริบไปเพราะความผิดของผู้เช่าซื้อ ข้อสัญญาดังกล่าวยังไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อต้องการราคาเช่าซื้อเป็นสำคัญโดยผู้เช่าซื้อจะนำทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อไปใช้อย่างไรก็ได้ คดีจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถกระบะของกลางเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและไม่อาจถือว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอคืนของกลางได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม และริบรถกระบะหมายเลขทะเบียน ยล 596 กรุงเทพมหานคร ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลสั่งให้คืนรถกระบะของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ตามสัญญาต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อที่ระบุว่าหากรถถูกใช้เป็นยานพาหนะในการกระทำผิดจนเป็นเหตุให้ถูกริบให้ถือว่าสัญญาสิ้นสุดลง และผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ให้แก่เจ้าของ (ผู้ให้เช่าซื้อ) ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาข้อ 5 วรรคสอง นั้น ตามสัญญาข้อ 5 วรรคสอง ได้ระบุแบ่งแยกสิทธิเรียกค่าเสียหายของเจ้าของหรือผู้ให้เช่าซื้อไว้ 2 กรณี คือ กรณีรถถูกริบโดยไม่ใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือเบี้ยปรับหรือค่าใช้จ่ายในการติดตามรถตามจำนวนที่เจ้าของได้ใช้จ่ายไปตามความจำเป็นและมีเหตุอันสมควร ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือกรณีที่รถถูกริบไปเพราะความผิดของผู้เช่าซื้อ

ผู้เช่าซื้อต้องชดใช้ค่าเสียหายเท่ากับจำนวนหนี้ค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อแก่เจ้าของหรือผู้ให้เช่าซื้อ เช่นนี้ ความรับผิดของผู้เช่าซื้อตามสัญญาที่มีต่อเจ้าของรถหรือผู้ให้เช่าซื้อจึงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าผู้เช่าซื้อมีส่วนผิดในการที่รถของกลางถูกริบไปหรือไม่ คดีนี้ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่านางสาวพัชรินทร์ผู้เช่าซื้อรถกระบะของกลางมีส่วนผิดในการที่รถคันดังกล่าวถูกริบไปหรือไม่ ทั้งตามข้อสัญญาดังกล่าวยังไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องต้องการราคาเช่าซื้อเป็นสำคัญโดยผู้เช่าซื้อจะนำทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อไปใช้อย่างไรก็ได้ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยเพราะหากฟังไม่ได้ว่าผู้เช่าซื้อมีส่วนผิดในการที่รถของกลางถูกริบ

ความรับผิดของผู้เช่าซื้อตามข้อสัญญาข้อ 5 ดังกล่าวข้างต้นย่อมน้อยกว่ากรณีผู้เช่าซื้อมีส่วนผิดอยู่ด้วย ลำพังข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวโดยไม่ปรากฏพฤติการณ์หรือข้อเท็จจริงอื่นใดอีกย่อมไม่อาจรับฟังได้ว่า การที่ผู้ร้องขอคืนรถกระบะของกลางเป็นไปเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น แต่เป็นเรื่องที่ผู้ร้องใช้สิทธิของตนในฐานะที่ผู้ร้องเป็นเจ้าของและสัญญาเช่าซื้อได้สิ้นสุดลงไปแล้ว คดีจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถกระบะของกลางเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และไม่อาจถือว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัย อุทธรณ์ของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้คืนรถกระบะหมายเลขทะเบียน ยล 596 กรุงเทพมหานคร ของกลางแก่ผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี ศรีอรุณ · อร่าม เสนามนตรี · สมควร วิเชียรวรรณ
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายณัฐพล จุลละเกศ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(อ)24/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
คก7/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
คก3/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้น เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 636/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวิน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้