Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7198/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เบิกความประกอบเอกสารหมาย จ.1 และส่งเอกสารดังกล่าวเป็นพยาน ศาลชั้นต้นรับเอกสารนั้นไว้เป็นพยานโจทก์และนำมาวินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์ไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ ถือว่าศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานเอกสารของโจทก์เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี แม้โจทก์มิได้ระบุอ้างเอกสารดังกล่าวและมิได้ส่งสำเนาให้จำเลย ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯมาตรา 45

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 45

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 168,000 บาทและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 25,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จจำเลยให้การขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2538 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ได้รับค่าจ้างเดือนละ 28,000 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน เมื่อวันที่ 25 กันยายน2542 โจทก์ขอจับมือนางหงษ์ฟ้า จิตวรานนท์ ซึ่งทำหน้าที่มัคคุเทศน์นำลูกค้าของบริษัทนำเที่ยวไปรับประทานอาหารที่โรงแรมของจำเลยขณะจับมือโจทก์ใช้นิ้วชี้สะกิดกลางมือนางหงษ์ฟ้าในทำนองล่วงเกินแม้เป็นการกระทำที่เกินเลยไปบ้างก็อาจเป็นการกระทำในทำนองหยอกเย้าเพื่อนฝูงและโจทก์ได้ขอโทษสามีนางหงษ์ฟ้า

จนนางหงษ์ฟ้ากับสามีไม่ติดใจเอาเรื่องแก่โจทก์ การกระทำของโจทก์ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจโรงแรมจำเลยตามที่สามีนางหงษ์ฟ้าขู่ว่าจะไม่นำนักท่องเที่ยวมารับประทานอาหารที่โรงแรมของจำเลย กรณีไม่ต้องด้วยระเบียบข้อบังคับเอกสารหมาย ล.5 ข้อ 10 ข้อ 11.4 และข้อ 12.16 และไม่เป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรง การตักเตือนตามเอกสารหมาย ล.6 ล.7 เป็นคนละเหตุกับคดีนี้ จึงไม่เป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน โจทก์ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 168,000 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 25,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์จับมือนางหงษ์ฟ้า จิตวรานนท์ และใช้นิ้วชี้สะกิดกลางมือนางหงษ์ฟ้าเป็นการล่วงเกินและเชิญชวนร่วมเพศ จึงเป็นการกระทำผิดวินัยตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรง นายสมชัย บรรณเกียรติ์ พยานจำเลยเบิกความว่าเคยตักเตือนโจทก์ในเรื่องชู้สาว โจทก์มิได้คัดค้าน จึงฟังได้ว่าโจทก์ยอมรับในข้อดังกล่าว และเป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน แต่ศาลแรงงานกลางมิได้หยิบยกคำเบิกความของนายสมชัยขึ้นวินิจฉัยนั้น เห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าการกระทำของโจทก์ต่อนางหงษ์ฟ้าในทำนองล่วงเกิน แม้เป็นการกระทำที่เกินเลยไปบ้างก็อาจเป็นไปทำนองหยอกเย้าเพื่อนฝูง จึงไม่เป็นการกระทำผิดร้ายแรง ทั้งการจะรับฟังพยานปากใดเป็นการใช้ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์จำเลยในข้อนี้เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522ข้อ 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์มิได้อ้างเอกสารหมาย จ.1 เป็นพยานและมิได้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวให้จำเลย ศาลแรงงานกลางรับฟังเอกสารดังกล่าวโดยฝ่าฝืนกฎหมายนั้น เห็นว่า เมื่อโจทก์เบิกความประกอบเอกสารหมาย จ.1 และส่งเอกสารดังกล่าวเป็นพยาน ศาลแรงงานกลางรับเอกสารหมาย จ.1 ไว้เป็นพยานโจทก์และนำมาวินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์ไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเอกสารหมาย ล.5 ข้อ 10 ถือว่าศาลแรงงานกลางเห็นว่าพยานเอกสารของโจทก์เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี แม้โจทก์มิได้ระบุอ้างเอกสารดังกล่าวและมิได้ส่งสำเนาให้จำเลย ศาลแรงงานกลางก็มีอำนาจรับฟังเอกสารหมาย จ.1 เป็นพยานหลักฐานโจทก์ได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 45 อุทธรณ์จำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล คุปต์กาญจนากุล · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13145/2558

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติให้ศาลแรงงานเท่านั้นเป็นผู้ซักถามพยานของฝ่ายโจทก์หรือของฝ่ายจำเลย หรือพยานที่ศาลแรงงานเรียกมาเอง โจทก์หรือจำเลยไม่มีสิทธิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9590/2557

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยให้การว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาตัวการตัวแทนขายประกัน ไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงาน โจทก์จำเลยแถลงรับในรายงานกระบวนพิจารณาว่าโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7787/2556

แม้ศาลแรงงานภาค 7 จะวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ส่งสำเนาเอกสารหมาย จ.8 ถึง จ.12 ให้จำเลยที่ 2 ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน เป็นการฝ่าฝืน ป.วิ.พ. มาตรา 90 แต่เอกสารนั้นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในคดีที่ทำให้แพ้ชน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7783/2556

การสืบพยานในคดีแรงงาน ศาลแรงงานเป็นผู้มีอำนาจซักถามพยาน ตัวความหรือทนายความจะซักถามพยานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานเท่านั้น ศาลแรงงานกลางจึงมีอำนาจในการซักถามพยานไม่ว่าเป็นการซักถามก่อนอนุญาตให…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2556 (เลขอ้างอิง 544475)

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 45 วรรคหนึ่งและวรรคสอง บัญญัติให้ศาลแรงงานมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควร ศาลแรงงานเป็นผู้ซักถามพยานเองไม่ว่าจะเป็นพยานที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้