Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 72/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมแถลงรับว่าเคยถูกโจทก์ฟ้องเป็นจำเลยในมูลคดีเกี่ยวกับคดีนี้ว่าทำร้ายร่างกายจำเลยทั้งสองคดีนี้และศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษโจทก์ร่วม คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์คดีนี้วินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ดังนี้ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมยอมรับว่าวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันกับจำเลยในคดีนี้เมื่อยังไม่ได้ความว่าโจทก์ร่วมวิวาททำร้ายร่างกายกับจำเลย ประกอบกับคดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด จึงยังไม่สมควรด่วนวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหาย ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นนี้ เสียก่อน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายร่างกายนางสาวมาลี ผู้เสียหายได้รับอันตรายถึงสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 83จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธระหว่างการพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาจำเลยคัดค้านว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องโจทก์ร่วมเป็นจำเลยในข้อหาว่าทำร้ายร่างกายจำเลยทั้งสองคดีนี้ ซึ่งทั้งสองคดีเป็นกรณีเดียวกัน ศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษโจทก์ร่วมไปก่อนแล้วศาลชั้นต้นจึงเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมเสีย

จำเลยทั้งสองจึงขอให้การใหม่เป็นให้การรับสารภาพตามฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 83 จำคุกคนละ 6 เดือน

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งสองไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56โจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาฟังว่า

โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่าโจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายเพราะถูกโจทก์ฟ้องเป็นจำเลยอันเนื่องมาจากมูลกรณีเดียวกับคดีนี้โดยฟ้องว่า โจทก์ร่วมทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 1 และศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วว่าโจทก์ร่วมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 โจทก์ร่วมจึงมิใช่ผู้เสียหายไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้ได้ศาลชั้นต้นสอบถาม โจทก์ร่วมแถลงว่าถูกฟ้องและศาลชั้นต้นพิพากษาไปแล้วตามคำร้องของจำเลยที่ 1 จริง แต่คดีอยู่ระหว่างโจทก์ร่วมอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ร่วมเป็นคู่กรณีเดียวกันกับจำเลยทั้งสองในคดีนี้ในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย เป็นการเดียวกันและเหตุเดียวกัน คดีนี้โจทก์ร่วมจึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ จึงให้เพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์โดยให้ยกคำร้องของโจทก์ร่วม หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นจึงมีคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว

โจทก์ร่วมอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาว่า ถือว่าโจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายจึงไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ พิพากษายยืนโจทก์ร่วมฎีกาต่อมา ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 7 และ 25 ธันวาคม 2532 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์ร่วมได้ความเพียงว่า โจทก์ร่วมถูกโจทก์ฟ้องเป็นจำเลยในมูลคดีเดียวกันกับคดีนี้ว่าทำร้ายร่ายกายจำเลยทั้งสองในคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษโจทก์ร่วมแล้ว คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ข้อเท็จจริงจึงยังไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมยอมรับในคดีดังกล่าววิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันกับจำเลยในคดีนี้ โจทก์ร่วมแถลงตอบว่ายังอุทธรณ์อยู่ซึ่งก็ไม่ปรากฏว่าอุทธรณ์ในประเด็นใดเมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวและศาลอุทธรณ์ในคดีที่โจทก์ร่วมถูกฟ้องก็ยังมิได้ชี้ขาดว่าเป็นเรื่องวิวาททำร้ายร่างกายกันจริงหรือไม่และคดียังไม่ถึงที่สุด

ประกอบกับคดีในคดีนี้โจทก์ก็บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายคือโจทก์ร่วมเท่านั้นมิใช่เรื่องโจทก์ร่วมวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันกับจำเลย ข้อเท็จจริงจึงยังไม่เป็นที่ยุติว่าโจทก์ร่วมวิวาททำร้ายร่างกายกับจำเลย เมื่อไม่ได้ความชัดเช่นนี้ จึงยังไม่สมควรด่วนวินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายชอบที่ศาลอุทธรณ์จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นนี้เสียก่อนปัญหาต่อไปมีว่าควรพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองหรือไม่เห็นว่าปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองควรได้รับโทษจำคุกหรือควรรอการลงโทษตามศาลชั้นต้น ซึ่งจะมีผลต่อไปว่าคู่ความจะฎีกาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาได้หรือไม่ ศาลฎีกาจึงไม่ก้าวล่วงไปวินิจฉัย ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยและมีคำพิพากษาในปัญหานี้เสียก่อน หากฟังว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายและมีสิทธิอุทธรณ์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์ดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาในปัญหาทั้งสองประการดังกล่าวข้างต้นแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · นิเวศน์ คำผอง · ยงยุทธ ธารีสาร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2096/2530

ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522เป็นความผิดที่รัฐมีหน้าที่ดำเนินการกับผู้กระทำผิดผู้เสียหายซึ่งถูกจำเลยขับรถชนมิใช่ผู้เสียหายในความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้เสียห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 324/2568

เมื่อผู้ตายมีส่วนประมาท มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2563

ขณะ จ. อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย จ. คบหาฉันชู้สาวกับผู้ตายจนเป็นสาเหตุให้จำเลยหึงหวงและทะเลาะกัน แล้วแยกกันอยู่กับ จ. ไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันอีก วันเกิดเหตุเมื่อผู้ตายเห็นรถจำเลยจอดอยู่ จึงขับร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้