Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7201/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อุทธรณ์ของจำเลยฉบับแรกเป็นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลย และเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าให้วางค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ จำเลยย่อมเข้าใจว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลจำนวนดังกล่าวเมื่อจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว จำเลยก็ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลจำนวน 200 บาท ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับแรกก่อนเพราะเป็นคนละกรณีกันกับอุทธรณ์ฉบับหลังซึ่งเป็นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งเรื่องค่าขึ้นศาล

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 859,318.14 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16 ต่อปี จากต้นเงิน713,476.82 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้นำทรัพย์สินจำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระแก่โจทก์จนครบถ้วนจำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กำหนด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้องวันที่ 2 มีนาคม 2543 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า ให้วางค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้เสียก่อนแล้วจะพิจารณาสั่งวันที่ 9 มีนาคม 2543 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยที่ 1 วางเงินจำนวน 21,482.50 บาท และค่าทนายความจำนวน8,000 บาท ต่อศาล ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 เสียค่าขึ้นศาลจำนวน 200 บาท

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 10 มีนาคม 2543 ว่ารับอุทธรณ์สำเนาให้โจทก์แก้ให้จำเลยที่ 1 นำส่งภายใน 7 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าทิ้งอุทธรณ์ไปส่งไม่พบให้ปิดและในวันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1ฉบับลงวันที่ 2 มีนาคม 2543 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งไว้ในตอนแรกว่าให้วางค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน ว่าอุทธรณ์นี้เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นต้องเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท แต่เจ้าหน้าที่รายงานว่าจำเลยที่ 1 ผู้อุทธรณ์มิได้นำค่าธรรมเนียมศาลดังกล่าวมาวางจนพ้นกำหนดเวลาที่ศาลสั่งให้นำมาวางให้ครบถ้วนแล้ว จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่า

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าให้วางเงินค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้เสียก่อน แล้วจะพิจารณาสั่ง จำเลยที่ 1 ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นและในวันที่ 9 มีนาคม 2543จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์อีกฉบับหนึ่งโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยที่ 1วางค่าธรรมเนียมศาลดังกล่าว จึงกลายเป็นจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์เป็น 2 ฉบับสำหรับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543 เป็นอุทธรณ์คำสั่งอย่างหนึ่งก็ตามแต่ก็ไม่มีกฎหมายใดรองรับว่าจำเลยที่ 1 อาจกระทำเช่นนี้ได้และการยื่นอุทธรณ์ฉบับดังกล่าวเป็นเวลาก่อนศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 2 มีนาคม 2543 จึงมิใช่กรณีจำเลยที่ 1 อาจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้ตามมาตรา 232, 234 และ 236 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543 ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543 เสียและคืนค่าขึ้นศาล100 บาท แก่จำเลยที่ 1 ต่อไปจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไม่ชอบนั้น เห็นว่า ปรากฏตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1ฉบับลงวันที่ 2 มีนาคม 2543 หน้าสุดท้ายมีรอยตรายางประทับไว้ว่า ค่าขึ้นศาล21,482.50 บาท และเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าให้วางค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ เช่นนี้ จำเลยที่ 1 ย่อมเข้าใจว่า

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 เสียค่าขึ้นศาล 21,482.50 บาท เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว จำเลยที่ 1 ก็ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้จำเลยที่ 1 เสียค่าขึ้นศาลจำนวน 200 บาทได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฉบับแรกลงวันที่ 2มีนาคม 2543 ก่อน เพราะเป็นคนละกรณีกัน เนื่องจากอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 2มีนาคม 2543 เป็นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยที่ 1 แต่อุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543เป็นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งเรื่องค่าขึ้นศาล ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543 ของจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6ดำเนินการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543แล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · สบโชค สุขารมณ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3125/2565

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ด้วยเหตุว่าการบังคับตามคำพิพากษาไม่อาจบังคับจำเลยที่ 2 ได้เพราะจำเลยที่ 2 พ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจจำเลยที่ 1 ไปแล้ว จึงไม่มีอำนาจแก้ไขสมุดบัญชีผู้ถือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3427/2562

คดีนี้ โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญารับเหมาช่วงฯ อันเป็นการฟ้องให้รับผิดในมูลสัญญา มิใช่ร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาด หรือขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 6 และหมวด 7 ของพระร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4976/2561

คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามต่อศาลแขวงสุพรรณบุรี ศาลแขวงสุพรรณบุรีได้มีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความจนคดีถึงที่สุดก่อนวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2561

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง เมื่อมีการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นพิจารณาได้เอง หรือคู่ความฝ่ายที่เสียหายมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนได้ ส่วนระยะเวลาในการยื่นคำร้อง มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 722/2561

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสอง โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ ส่วนโจทก์ที่ 2 ไม่ได้อุทธรณ์ คดีสำหรับโจทก์ที่ 2 จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ที่ 2 ไม่อาจฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้ ที่ศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้