Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7206/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เด็กหญิง อ. มีนิสัยชอบลักขโมยซึ่งจำเลยก็ทราบดี บ้านผู้เสียหายก็อยู่ใกล้บ้านจำเลย เด็กหญิง อ. ไปมาหาสู่บ้านจำเลยบ่อย ๆ จำเลยจึงน่าจะทราบความเป็นไปในบ้านผู้เสียหายจากเด็กหญิง อ. เมื่อเด็กหญิง อ. ลักสุราต่างประเทศจากบ้านผู้เสียหายได้ก็น่าจะนำไปขายให้คนบ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งล้วนแต่เป็นญาติกัน จำเลยควรจะทราบดีว่าสุราต่างประเทศไม่ใช่ของเด็กหญิง อ. แน่นอน การที่เด็กหญิง อ. เบิกความว่าได้ลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายไปขายแก่จำเลย 5 ขวด แม้จะเป็นการซัดทอด แต่ก็มีพยานอื่นและเหตุผลประกอบจึงรับฟังได้ เชื่อได้ว่าจำเลยได้รับซื้อสุราต่างประเทศที่เด็กหญิง อ. ลักมาจากบ้านผู้เสียหายโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิด จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจร ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าที่เด็กหญิง อ. เบิกความว่าได้ลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายมาขายแก่จำเลยตามที่จำเลยบอก จำเลยจึงเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับเด็กหญิง อ. ต้องถือว่าจำเลยรับสุราต่างประเทศจากเด็กหญิง อ. เป็นผลสืบเนื่องมาจากการลักทรัพย์ที่จำเลยเป็นผู้ใช้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้ความว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจร เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบรับฟังลงโทษในความผิดตามที่โจทก์ฟ้องได้แล้ว ศาลก็ไม่จำต้องวินิจฉัยว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานอื่นซึ่งโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษอีกหรือไม่ คดีไม่มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยได้ร่วมกระทำความผิดฐานเป็นผู้ใช้หรือเป็นตัวการร่วมกันลักทรัพย์กับเด็กหญิง อ. หรือไม่ จำเลยเป็นหญิงแม่บ้าน ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน จำเลยรับซื้อสุราต่างประเทศเพื่อต้องการจะมีไว้บริโภคในราคาถูกเท่านั้น อีกทั้งเป็นการกระทำผิดในระหว่างวงศ์ญาติ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่สู้ร้ายแรงนัก จึงสมควรรอการลงโทษให้จำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่งและให้จำเลยคืนสุราหรือชดใช้ราคาเป็นเงิน 3,350 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนสุราหรือชดใช้ราคาเป็นเงิน 3,350 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานรับของโจรตามฟ้องหรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์จำเลยได้ความตรงกันว่า นางทองกุ่ย ยุทธชาวิทย์ ผู้เสียหายกับจำเลยเป็นญาติกัน มีบ้านอยู่ห่างกันประมาณ 100 เมตร ผู้เสียหายได้อุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิงอรอุมา สุขประเสริฐ ตั้งแต่เล็ก ๆ เด็กหญิงอรอุมามีนิสัยชอบลักขโมยและชอบออกจากบ้านไปเที่ยวเตร่ และเคยไปมาหาสู่ที่บ้านจำเลยเป็นประจำ ที่ผู้เสียหายเบิกความว่า นายปรีชา ออประเสริฐ บุตรชายผู้เสียหายได้ให้สุราต่างประเทศแก่ผู้เสียหายประมาณ 8 ลัง ลังละ 12 ขวด เพื่อเตรียมไว้เลี้ยงแขกในงานวันเกิดผู้เสียหาย ผู้เสียหายเก็บสุราดังกล่าวไว้ในห้องโถงบนบ้านชั้นสอง แล้วสุราหายไปจำนวน 4 โหล (48 ขวด) ซึ่งในชั้นแรกไม่ทราบว่าใครเอาไป โดยมีนางสาวกอบกุล

พรหมพิทักษ์ หลานผู้เสียหายเบิกความรับรองว่า ผู้เสียหายเก็บสุราต่างประเทศไว้ที่ห้องโถงบนบ้านชั้นสองแล้วสุราบางส่วนหายไปจริง และเด็กหญิงอรอุมาเบิกความรับว่า ได้ลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายที่เก็บไว้บนบ้านชั้นสองไปขายแก่ผู้มีชื่อหลายคนคำผู้เสียหายจึงมีพยานสนับสนุนรับฟังได้ว่า ผู้เสียหายมีสุราต่างประเทศเก็บไว้ในบ้านหลายลังจริง นางสาวกอบกุลเบิกความต่อไปว่า พยานเป็นหลานผู้เสียหาย พักอยู่ในบ้านผู้เสียหายทราบว่าสุราต่างประเทศของผู้เสียหายที่เก็บไว้ในบ้านหายไปประมาณ 4 ลังลังละ 12 ขวด ต่อมาเมื่อปลายเดือนมกราคม 2538 พยานได้เก็บเศษกระดาษตามเอกสารหมาย จ.1 ได้ที่ข้างยุ้งข้าวใกล้บ้านผู้เสียหายเป็นลายมือของเด็กหญิงอรอุมาบันทึกไว้

พยานจึงนำมาให้ผู้เสียหายดู ต่อมาได้เรียกเด็กหญิงอรอุมามาสอบถามเด็กหญิงอรอุมายอมรับว่าได้ลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายไปหลายครั้งเพราะผู้เสียหายไม่อยู่บ้าน และนำไปขายให้ผู้มีชื่อหลายคนตามเอกสารหมาย จ.2 เด็กหญิงอรอุมาเบิกความว่าพยานเป็นคนเขียนข้อความในเอกสารหมาย จ.1 มีความหมายว่า พยานได้ลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายไปขายให้นางประทิน 2 ขวด และให้ครูใหญ่ 1 ขวด ผู้เสียหายและนางสาวกอบกุลจึงทราบว่าเด็กหญิงอรอุมาเป็นคนลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายไป จึงให้เด็กหญิงอรอุมาเขียนชื่อคนที่ซื้อสุราให้ผู้เสียหายดู เหตุการณ์ตอนนี้โจทก์มีร้อยตำรวจตรีสมควร พุ่มกระจ่าง พนักงานสอบสวนมาเบิกความรับรองว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2538 ผู้เสียหายได้นำเด็กหญิงอรอุมามาแจ้งความว่าเด็กหญิงอรอุมาได้ลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายไปขายแก่ผู้มีชื่อหลายคนตามเอกสารหมาย

จ.1 และ จ.2เด็กหญิงอรอุมาให้การรับสารภาพและได้นำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพโดยลงชื่อไว้ในแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุและบันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพเอกสารหมาย จ.4 และ จ.9 เห็นว่า เด็กหญิงอรอุมาเป็นเด็กในบ้านผู้เสียหายย่อมทราบดีว่าผู้เสียหายเก็บสุราต่างประเทศไว้ในห้องโถงบนบ้านชั้นสอง พยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวประกอบกันจึงมีน้ำหนักรับฟังได้ว่า เด็กหญิงอรอุมาเป็นคนลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายที่เก็บไว้ในบ้านไปขายให้บุคคลอื่นจริง

ปัญหาต่อไปมีว่าจำเลยได้รับซื้อสุราต่างประเทศของผู้เสียหายจากเด็กหญิงอรอุมาโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมาหรือไม่ ผู้เสียหายและนางสาวกอบกุลพยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อเด็กหญิงอรอุมารับว่าได้ลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายไปขายและเด็กหญิงอรอุมาได้เขียนชื่อคนหลายคนที่ซื้อสุราต่างประเทศจากเด็กหญิงอรอุมาตามรายชื่อในเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งรวมทั้งจำเลยด้วยโดยระบุว่า "ป้าพา 5 ขวด" ผู้เสียหายจึงได้นำเด็กหญิงอรอุมาไปพบพนักงานสอบสวนและมอบเอกสารหมาย จ.2 ให้พนักงานสอบสวนโดยเด็กหญิงอรอุมาเบิกความว่า ได้ลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายไปขายให้คนอื่นหลายคน และขายให้จำเลยรวม5 ขวด ตามที่ระบุว่า "ป้าพา 5 ขวด" ในเอกสารหมาย

จ.2 โดยโจทก์มีนายมนู ลายตลับ คนรู้จักกับผู้เสียหายและจำเลยเบิกความสนับสนุนว่า "วันที่ 14 เดือนมกราคม 2538 เวลา 19 นาฬิกาเศษ พยานได้เห็นเด็กหญิงอรอุมาถือสุราต่างประเทศ 1 กล่อง ไปให้จำเลยที่หน้าบ้านจำเลย ข้อเท็จจริงตอนนี้จำเลยนำสืบปฏิเสธว่า ไม่เคยซื้อสุราต่างประเทศจากเด็กหญิงอรอุมา แต่รับว่าที่บ้านจำเลยมีญาติมาดื่มสุรากับสามีจำเลยเป็นประจำ เห็นว่า เด็กหญิงอรอุมามีนิสัยชอบลักขโมย ซึ่งจำเลยก็ทราบดี บ้านผู้เสียหายก็อยู่ใกล้บ้านจำเลย เด็กหญิงอรอุมาไปมาหาสู่ที่บ้านจำเลยบ่อย ๆ จำเลยจึงน่าจะทราบความเป็นไปในบ้านผู้เสียหายจากเด็กหญิงอรอุมา เมื่อเด็กหญิงอรอุมาลักสุราต่างประเทศจากบ้านผู้เสียหายได้ก็น่าจะนำไปขายให้คนบ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งล้วนแต่เป็นญาติกัน

จำเลยควรจะทราบดีว่าสุราต่างประเทศไม่ใช่ของเด็กหญิงอรอุมาแน่นอน การที่เด็กหญิงอรอุมาเบิกความว่าได้ลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายไปขายแก่จำเลย 5 ขวด แม้จะเป็นการซัดทอดของเด็กหญิงอรอุมา แต่ก็มีพยานอื่นและเหตุผลประกอบจึงรับฟังได้ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่า จำเลยได้รับซื้อสุราต่างประเทศที่เด็กหญิงอรอุมาลักมาจากบ้านผู้เสียหาย โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิด จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจรตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษา

ที่จำเลยฎีกาว่า เด็กหญิงอรอุมาเบิกความว่า ได้ลักสุราต่างประเทศของผู้เสียหายมาขายแก่จำเลยตามที่จำเลยบอก จำเลยจึงเป็นตัวการร่วมกระทำผิดกับเด็กหญิงอรอุมา ต้องถือว่าจำเลยได้รับสุราต่างประเทศจากเด็กหญิงอรอุมาเป็นผลสืบเนื่องจากการลักทรัพย์ที่จำเลยเป็นผู้ใช้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานรับของโจรตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2513 นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจร เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบรับฟังลงโทษจำเลยในความผิดตามที่โจทก์ฟ้องได้แล้ว ศาลก็ไม่จำต้องวินิจฉัยว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานอื่นซึ่งโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษอีกหรือไม่ คดีจึงไม่มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยได้ร่วมกระทำผิดฐานเป็นผู้ใช้หรือเป็นตัวการร่วมกันลักทรัพย์กับเด็กหญิงอรอุมาอีกหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แห่งการกระทำผิดแล้ว เห็นว่า จำเลยเป็นหญิงแม่บ้าน ไม่เคยกระทำผิดมาก่อน จำเลยได้กระทำไปเพื่อต้องการจะมีสุราต่างประเทศไว้บริโภคในราคาถูกเท่านั้น อีกทั้งเป็นการกระทำผิดในระหว่างวงศ์ญาติความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่สู้ร้ายแรงนัก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษนั้น หนักเกินไปและยังไม่เหมาะสม จึงเห็นควรแก้ไข"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 4 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ · ประกาศ บูรพางกูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้