Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7206/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสหกรณ์แท็กซี่ร่วมมิตร จำกัด กับสหกรณ์แท็กซี่รวมมิตร จำกัด เป็นนิติบุคคลเดียวกัน การขอแก้ไขเพิ่มเติมชื่อสหกรณ์แท็กซี่รวมมิตร จำกัด เข้ามาจึงมิใช่เป็นกรณีฟ้องจำเลยผิดตัวหรือฟ้องคดีต่างบุคคลกันและมิใช่เป็นการเพิ่มเติมข้อหาใหม่หากแต่เป็นการเพิ่มเติมในรายละเอียดให้ชัดเจนถูกต้องตรงตามความเป็นจริง แม้จะอยู่ในชั้นบังคับคดีแต่ก็มิได้เป็นการเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาหรือเป็นการบังคับคดีนอกเหนือไปจากคำพิพากษาแต่อย่างใด ทั้งกรณีเช่นนี้มิใช่เป็นการแก้ไขคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 ฉะนั้น จึงไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 180 และ 181 ที่จะต้องถูกจำกัดระยะเวลาการยื่นคำร้องว่าต้องยื่นก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานและไม่จำต้องส่งสำเนาคำร้องให้อีกฝ่ายหนึ่งก่อนศาลจึงจะมีคำสั่งได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมรับผิดชำระค่าสินไหมทดแทน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 3

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2ร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยชั้นบังคับคดีโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องและคำพิพากษาเกี่ยวกับชื่อของจำเลยที่ 2 เป็นว่า สหกรณ์แท็กซี่ร่วมมิตร จำกัด หรือสหกรณ์แท็กซี่รวมมิตร จำกัดศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้แก้ไขชื่อจำเลยที่ 2 ตามคำร้องจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นมิได้ส่งสำเนาคำร้องของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอแก้ไขชื่อของจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในคำพิพากษาว่าให้จำเลยที่ 1และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,000,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5ต่อปี นับแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วมีการบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขคำฟ้องและคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับชื่อของจำเลยที่ 2จากเดิม "สหกรณ์แท็กซี่ร่วมมิตร จำกัด" เป็นว่า "สหกรณ์แท็กซี่ร่วมมิตร จำกัดหรือสหกรณ์แท็กซี่รวมมิตร จำกัด" จึงมีปัญหาที่ต้องพิจารณาในเบื้องต้นว่าจำเลยที่ 2 ในคดีนี้คือ สหกรณ์แท็กซี่ร่วมมิตร จำกัด กับสหกรณ์แท็กซี่รวมมิตรจำกัด เป็นนิติบุคคลเดียวกันหรือไม่ ในข้อนี้ตามฟ้องของโจทก์ระบุว่า จำเลยที่ 2มีฐานะเป็นนิติบุคคลปรากฏตามสำเนาหนังสือรับรองของกรมส่งเสริมสหกรณ์เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 เห็นว่า ในเอกสารดังกล่าว

แม้จะระบุชื่อสหกรณ์ว่า "สหกรณ์ร่วมมิตร จำกัด" แต่เอกสารฉบับเดียวกันนี้เมื่อกล่าวถึงข้อบังคับในข้อที่ 1 กลับระบุว่า "สหกรณ์แท็กซี่รวมมิตร จำกัด" นอกจากนี้รายละเอียดในข้อสัญญาว่าด้วยการนำรถยนต์เข้ามาเดินร่วมในสหกรณ์ที่จำเลยที่ 2 อ้างส่งศาลตามเอกสารหมาย ล.3 ปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนว่า รถยนต์ที่นำเข้ามาเดินร่วมในสหกรณ์จำเลยที่ 2 ตามสัญญาเอกสารดังกล่าวเป็นรถยนต์ตรงกับที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องนี้ ในทางพิจารณาแม้จำเลยที่ 2จะใช้ชื่อว่าสหกรณ์แท็กซี่รวมมิตร จำกัด แต่ก็หาได้ปฏิเสธว่าตนไม่ได้มีนิติสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับรถยนต์ตามที่โจทก์ฟ้อง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ในคดีนี้คือ สหกรณ์แท็กซี่ร่วมมิตร จำกัด กับสหกรณ์แท็กซี่รวมมิตร

จำกัด นั้นเป็นนิติบุคคลเดียวกัน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่าศาลชั้นต้นมีอำนาจแก้ไขชื่อของจำเลยที่ 2 ในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสหกรณ์แท็กซี่ร่วมมิตร จำกัด กับสหกรณ์แท็กซี่รวมมิตร จำกัด เป็นนิติบุคคลเดียวกัน การขอแก้ไขเพิ่มเติมชื่อสหกรณ์แท็กซี่รวมมิตร จำกัด เข้ามาจึงมิใช่เป็นกรณีฟ้องจำเลยผิดตัวหรือฟ้องคดีต่างบุคคลกันและมิใช่เป็นการเพิ่มเติมข้อหาใหม่ หากแต่เป็นการเพิ่มเติมในรายละเอียดให้ชัดเจนถูกต้องตรงตามความเป็นจริงแม้จะอยู่ในชั้นบังคับคดีแต่ก็มิได้เป็นการเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาหรือเป็นการบังคับคดีนอกเหนือไปจากคำพิพากษาอย่างใด ทั้งกรณีเช่นนี้มิใช่เป็นการแก้ไขคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 179 ฉะนั้น จึงไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 180 และ 181 ที่จะต้องถูกจำกัดระยะเวลาการยื่นคำร้องว่าต้องยื่นก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานและไม่จำต้องส่งสำเนาคำร้องให้อีกฝ่ายหนึ่งก่อนศาลจึงจะมีคำสั่งได้ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชิต คำแฝง · สายันต์ สุรสมภพ · สุพัฒน์ บุญยุบล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15722/2558

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำฟ้องของโจทก์ให้บริบูรณ์เพื่อแสดงและยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน เมื่อ"นายสมเกียรติ" กับ "นายสมเกียรติ์" เป็นบุคคลคนเดียวกัน การขอแก้ไขเพิ่มเติมชื่อนายสมเกียรติ์เข้ามา จึงม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6017/2533

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องจากบ้านเลขที่ 73 หมู่ 5 เป็นบ้านเลขที่ 73/1 หมู่ 5 เพื่อให้เป็นไปตามคำให้การของจำเลย เมื่อมีการชี้สองสถาน จำเลยไม่มาศาล ศาลนัดสืบพยานจำเลย ถึงวันนัดทนายจำเลยรับสำเนาคำร้องด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2502

แม้จะฟังเป็นความจริงดังจำเลย อ้างว่าบิดาได้ยกที่พิพาทมีโฉนดให้จำเลยจำเลยเข้าครอบครองติดต่อกันมา 19 ปี ก็ดี แต่เมื่อจำเลยไม่ได้จดทะเบียนสิทธิที่ได้มานั้น ก็ย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้ และจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2563

การที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ต่อศาลชั้นต้นโดยขอลดจำนวนทุนทรัพย์จาก 3,000,000 บาท ลงเหลือ 300,000 บาท มิใช่เป็นการแก้ไขประเด็นในอุทธรณ์ ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ การขอแก้ไขเพิ่มเติม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้