Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 722033)

พ.ศ. 2568 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อัยการศาลทหารกรุงเทพเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นาวาเอกหญิง ว. เป็นจำเลย ว่า จำเลยเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการ ได้กระทำผิดกฎหมาย กล่าวคือ จำเลยใช้ท่อนเหล็กขนาดยาวประมาณ 1 เมตร จำนวน 1 ท่อน เป็นอาวุธตีทำร้ายผู้เสียหายถูกที่บริเวณแขนและลำตัวจำนวนหลายครั้ง จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส กระดูกแขนซ้ายท่อนล่างหักและกระดูกซี่โครงข้างซ้ายซี่ที่ 5 หักด้านข้าง ป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนา จนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลทหารกรุงเทพพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นคดีบุคคลที่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 14 (1) แต่อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม ศาลจังหวัดธัญบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้จะปรากฏว่าผู้เสียหายมีพฤติการณ์สมัครใจวิวาทและเป็นฝ่ายทำ

คำฟ้องและคำให้การ

อัยการศาลทหารกรุงเทพเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นาวาเอกหญิง ว. เป็นจำเลย ว่า จำเลยเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการ ได้กระทำผิดกฎหมาย กล่าวคือ จำเลยใช้ท่อนเหล็กขนาดยาวประมาณ 1 เมตร จำนวน 1 ท่อน เป็นอาวุธตีทำร้ายผู้เสียหายถูกที่บริเวณแขนและลำตัวจำนวนหลายครั้ง จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส กระดูกแขนซ้ายท่อนล่างหักและกระดูกซี่โครงข้างซ้ายซี่ที่ 5 หักด้านข้าง ป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนา จนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลทหารกรุงเทพพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นคดีบุคคลที่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 14 (1) แต่อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม ศาลจังหวัดธัญบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้จะปรากฏว่าผู้เสียหายมีพฤติการณ์สมัครใจวิวาทและเป็นฝ่ายทำร้ายจำเลยก่อน แต่เนื่องจากโจทก์มิได้ฟ้องผู้เสียหายเป็นจำเลยในคดีนี้ด้วย คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 13 ประกอบมาตรา 16 (1) คณะกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นว่า เมื่อคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยซึ่งเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการว่าใช้ท่อนเหล็กเป็นอาวุธตีทำร้ายผู้เสียหายหลายครั้งเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส โดยมิได้บรรยายฟ้องว่า

จำเลยร่วมกับพลเรือนกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา อันจะเข้าลักษณะคดีบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกันตามมาตรา 14 (1) แม้ระหว่างพิจารณาจะปรากฏข้อเท็จจริงจากกล้องวงจรปิดว่า ผู้เสียหายถือท่อนเหล็กเข้าไปในที่เกิดเหตุแล้วเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน จากนั้นจำเลยจึงแย่งท่อนเหล็กตีทำร้ายผู้เสียหาย ซึ่งพฤติการณ์อาจรับฟังได้ว่าผู้เสียหายมีส่วนสมัครใจเข้าวิวาทและทำร้ายจำเลยด้วยก็เป็นเรื่องเนื้อหาของคดี เมื่อโจทก์ไม่ได้ฟ้องผู้เสียหายเข้ามาในคดีนี้หรือฟ้องว่าผู้เสียหายและจำเลยร่วมกันกระทำความผิดต่อศาลยุติธรรมในมูลเหตุเดียวกัน กรณีจึงไม่ใช่คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน หรือเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือนที่จะไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร ตามมาตรา 14 (1) และ (2)

มิเช่นนั้นจะเป็นการให้ศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิด ซึ่งไม่ต้องด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจศาลทหาร ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 13 (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
43/2568
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้