คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกบ้านเรือนและถากถางในที่ดินของร้อยโทบุญเกิด ชูทอง ผู้เสียหาย ซึ่งใช้สิทธิครอบครองเป็นเจ้าของและทำประโยชน์ตลอดมาโดยจำเลยมีเจตนายึดถือครอบครองเป็นของตนและรบกวนมิให้ร้อยโทบุญเกิดครอบครองโดยปกติสุขด้วยการขู่เข็ญจะทำร้ายร้อยโทบุญเกิด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหามีว่าร้อยโทบุญเกิดได้เข้าครอบครองที่พิพาทและที่พิพาทเป็นของร้อยโทบุญเกิดหรือยัง ร้อยโทบุญเกิดอ้างว่าได้รับจัดสรรมาจากนิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท พิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
พ.ศ. 2485 ซึ่งมีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรี พ.ศ. 2485 ประกาศให้ใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวในท้องที่อำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรีแล้ว เห็นว่าตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2485 มาตรา 7 และ 8 ที่ดินที่นิคมจัดสรรให้นั้นผู้ที่ได้รับจัดสรรต้องเข้าครอบครองทำประโยชน์และปฏิบัติการอย่างอื่นอีกจนเจ้าหน้าที่ออกหนังสือรับรองว่าได้ทำประโยชน์และได้รับโฉนดแผนที่หรือตราจองแล้ว จึงจะพ้นจากการเป็นที่หวงห้ามตามหลักฐานแสดงว่าร้อยโทบุญเกิดเป็นสมาชิกนิคมและได้รับจัดสรรที่ดินให้ทำกิน 25 ไร่เท่านั้น ไม่ใช่หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ร้อยโทบุญเกิดยังไม่ได้รับโฉนดแผนที่หรือตราจองในที่ดินที่ได้รับจัดสรรมาที่ดินรายนี้จึงยังไม่พ้นจากการเป็นที่หวงห้าม หรือนัยหนึ่งยังไม่เป็นของร้อยโทบุญเกิด และตามข้อเท็จจริงไม่น่าเชื่อว่าร้อยโทบุญเกิดจะได้เข้าถากถางและปลูกสร้างเรือนขึ้นในลักษณะใช้สิทธิครอบครองในที่พิพาท
ฉะนั้น หากจะฟังว่าที่พิพาทเป็นที่ดินที่ร้อยโทบุญเกิดได้รับจัดสรรมาจากนิคมสร้างตนเองก็ตาม ร้อยโทบุญเกิดก็ยังไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ ที่พิพาทยังไม่เป็นของร้อยโทบุญเกิด แม้จำเลยจะเข้าครอบครองก็ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการรบกวนสิทธิหรือการครอบครองของร้อยโทบุญเกิดร้อยโทบุญเกิดจึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะร้องทุกข์ให้ว่ากล่าวดำเนินคดี
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน