Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7237/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้แบ่งที่ดินกรรมสิทธิ์รวมให้เฉพาะโจทก์และยื่นคำร้องขอให้เรียกโจทก์ร่วมเข้ามาในคดี ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เรียกโจทก์ร่วมเข้ามาในคดีและยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้แบ่งที่ดินให้โจทก์ร่วม เมื่อโจทก์และโจทก์ร่วมมิได้ฎีกาเกี่ยวกับเรื่องนี้ โจทก์ร่วมจึงเป็นบุคคลนอกคดี ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาโจทก์ที่ขอให้แบ่งที่ดินให้โจทก์ร่วมด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 202เนื้อที่ 64 ไร่ 3 งาน 64 ตารางวา ร่วมกับจำเลยทั้งสามและนายสมไชยปลื้มไสยยาศน์ โดยโจทก์มีกรรมสิทธิ์เนื้อที่ 10 ไร่ แต่ปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวมีจำนวนเนื้อที่เกินกว่าที่ระบุไว้ในโฉนดถึงประมาณ25 ไร่ ซึ่งโจทก์มีกรรมสิทธิ์รวมด้วยเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ 3 งาน 50ตารางวา โจทก์และนายสมไชยประสงค์จะขอแบ่งแยกโฉนดที่ดินออกเป็นสัดส่วนแต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้โจทก์จำนวน13 ไร่ 3 งาน 50 ตารางวา โดยทิศเหนือติดที่ดินโฉนดเลขที่ 41ทิศใต้ติดที่ดินที่จำเลยทั้งสามครอบครอง ทิศตะวันออกติดคลองต้นไทรและทิศตะวันตกติดคลองอ้อม หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม ถ้าไม่สามารถทำได้ให้นำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ตามส่วนโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนายสมไชย ปลื้มไสยยาศน์เข้ามาเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยทั้งสามให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทที่แท้จริง แต่เป็นเพียงผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนนางลำใย กับนายสุวรรณ แก้วสีเขียว เท่านั้น ที่ดินพิพาทมิได้มีเนื้อที่ดินเกินกว่าที่ระบุไว้ในโฉนด หากมีเนื้อที่ดินส่วนที่เกินโจทก์ก็ไม่มีกรรมสิทธิ์และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 202เลขที่ดิน 44 มีเนื้อที่ 78 ไร่ 3 งาน 89 ตารางวา มีอาณาเขตทั้งเส้นปากกาสีแดงและมีสีม่วงรวมกัน ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย ล.2ให้จำเลยทั้งสามแบ่งแยกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้โจทก์และโจทก์ร่วมโดยแบ่งที่ดินพิพาทออกเป็น 31,589 ส่วน โจทก์มีกรรมสิทธิ์4,866.6 ส่วน และโจทก์ร่วมมีกรรมสิทธิ์ 5,344.4 ส่วน

หากจำเลยทั้งสามไม่ดำเนินการแบ่งแยกโฉนดให้โจทก์และโจทก์ร่วม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม โดยถือว่าโจทก์ได้รับที่ดินพิพาททางด้านทิศเหนือลงมาและโจทก์ร่วมได้รับที่ดินพิพาททางด้านทิศใต้ขึ้นไป ทั้งนี้จนครบตามส่วนของโจทก์และโจทก์ร่วมจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ และให้ยกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้นส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ร่วมโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้แบ่งที่ดินให้โจทก์ร่วมด้วยนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้เรียกโจทก์ร่วมเข้ามาในคดีและยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเกี่ยวกับโจทก์ร่วมโดยโจทก์และโจทก์ร่วมมิได้ฎีกาเกี่ยวกับเรื่องนี้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนนี้จึงยุติ

โจทก์ร่วมจึงเป็นบุคคลนอกคดีศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 202 เลขที่ดิน 44ตำบลศีรษะจรเข้น้อย อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีเนื้อที่78 ไร่ 3 งาน 89 ตารางวา มีอาณาเขตทั้งเส้นปากกาสีแดงและสีม่วงรวมกัน ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย ล.2 ให้จำเลยทั้งสามแบ่งแยกที่ดินตามโฉนดดังกล่าวให้โจทก์ โดยแบ่งที่ดินออกเป็น 31,589 ส่วนโจทก์มีกรรมสิทธิ์ 4,866.6 ส่วน โดยได้รับที่ดินทางทิศเหนือลงมาจนครบส่วนของโจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ดำเนินการแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสามนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2296/2538

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกของ ช. คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาผู้ร้องทั้งสามซึ่งเป็น ทายาทของ ช. ย่อมมีสิทธิ ร้องสอดเข้ามาเพื่อบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ได้จึงเป็น คู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2541

จำเลยร่วมที่ 4 ถูกหมายเรียกให้เข้ามาในคดีตามคำร้องขอของโจทก์ เพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(3) จำเลยร่วม ที่ 4 จึงมีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนถูกฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4525/2536

ศาลฎีกาพิพากษาให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีได้แล้วผู้ร้องสอดย่อมมีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ การพิจารณาพิพากษาคดีจึงต้องกระทำโดยมีคู่ความทั้งสามฝ่าย การที่ศาลชั้นต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3844/2535

โจทก์ฟ้องบริษัทร.จำกัด เป็นจำเลยที่ 3 ในคดีนี้มาตั้งแต่แรกโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคล แสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าโจทก์ไม่ได้ฟ้องบุคคลธรรมดาเป็นจำเลยที่ 3 การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้