Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 724/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ที่จะฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นจำเลยในโรงศาลนั้นจะต้องเป็นบุคคลโดยเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลตาม ก.ม. รัฐบาลไม่เป็นนิติบุคคลตาม ก.ม.จึงเป็นคู่ความไม่ได้ ศาลสั่งในคำฟ้องโจทก์ว่าไม่เป็นฟ้องที่จะรับไว้พิจารณา เมื่อโจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งเช่นนี้เสียค่าขึ้นศาล 20 บาท ตาม 2 ข. แห่งตาราง 1 ต่อท้าย ป.วิ.แพ่ง ไม่ใช่ว่าจะต้องเสียตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ตั้งมาในคำฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2478 มาตรา 12 พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2478 มาตรา 19 พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2478 มาตรา 20 ป.วิ.พ. มาตรา 1 ป.วิ.พ. มาตรา 18 ป.วิ.พ. มาตรา 227 ป.วิ.พ. มาตรา 228 ป.วิ.พ. มาตรา 172 ป.วิ.พ. มาตรา 247 ป.วิ.พ. มาตรา 131 ป.พ.พ. มาตรา 72 ป.พ.พ. มาตรา 73 ป.พ.พ. มาตรา 68 ป.วิ.พ. มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้รัฐบาลใช้ค่าเสียหายในการที่ทรัพย์ของโจทก์ถูกระเบิดในระหว่างสงคราม ศาลแพ่งสั่งในคำฟ้องว่า "ตาม ป.วิ.แพ่ง ม. ๑(๑๑) คู่ความต้องเป็นบุคคลและตาม ป.พ.พ.ม. ๗๓ ทะบวงการเมืองที่เป็นนิติบุคคลนั้นคือกระทรวงและกรมในรัฐบาล ที่โจทก์ขอให้เรียกรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นจำเลยนั้น รัฐบาลหาใช่นิติบุคคลตาม ก.ม.ไม่ ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องที่จะรับไว้ จึงให้ยกเสียค่าธรรมเนียมให้เป็นพับ เว้นแต่คำบังคับ" ลงนามผู้พิพากษา ๒ นาย

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์และเสียค่าขึ้นศาล ๒๐ บาท ศาลแพ่งสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเต็มตามทุนทรัพย์ โจทก์นำค่าขึ้นศาลมาเสียตามจำนวนทุนทรัพย์แล้วอุทธรณ์ในเรื่องค่าธรรมเนียมนี้ด้วย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ที่จะฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นจำเลยในโรงศาลนั้นจะต้องเป็นบุคคล ซึ่งมีอยู่ ๒ ชะนิดคือบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลแต่ที่จะเป็นนิติบุคคลได้ ก็แต่ด้วยอาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติทั้งหลายของ ก.ม. (ป.พ.พ.ม. ๖๘) ทะบวงการเมืองคือกระทรวงและกรมในรัฐบาล เทศาภิบาลปกครองท้องที่และประชาบาลทั้งหลายเป็นนิติบุคคลจำนวนหนึ่ง (ป.พ.พ.ม. ๗๒ - ๗๓) หน่วยราชการหรือสาธารณะการหรือองค์การอื่นใดจะเป็นนิติบุคคลได้ก็แต่โดยที่ ก.ม.อื่นบัญญัติไว้ ฉะนั้นคำว่ารัฐบาล จึงไม่เป็นนิติบุคคลตาม ป.พ.พ. และตาม ก.ม. อื่นก็ไม่ปรากฎว่าได้มีบทบัญญัติในที่ได้บัญญัติให้รัฐบาลเป็นนิติบุคคล จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ในข้อที่ไม่รับฟ้องโจทก์ ส่วนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกานั้นเห็นว่า ตามคำสั่งของศาลแพ่งแสดงชัดอยู่ว่า

ศาลยังไม่ได้สั่งให้รับคำฟ้องโจทก์ ในชั้นตรวจคำฟ้องหรือคำคู่ความนั้น ศาลอาจทำได้ ๓ ประการคือสั่งรับ สั่งไม่รับ และสั่งให้คืน ไปเท่านั้น คำสั่งของศาลแพ่งเป็นคำสั่งให้ยกเสียตาม ป.วิ.แพ่ง ม. ๑๗๒ ซึ่งมีผลเป็นเช่นเดียวกับคำสั่งไม่รับคำคู่ความตาม ม. ๑๘ โจทก์อุทธรณ์ได้โดยเสียค่าขึ้นศาลแต่เพียง ๒๐ บาท ตามอัตราพิเศษใน ๒ ข. แห่ง ตาราง ๑ ต่อท้าย ป.วิแพ่ง

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้โดยให้เรียกค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แต่เพียง ๒๐ บาท และคืนค่าขึ้นศาลที่โจทก์เสียเกินมาในชั้นฎีกานี้ ให้โจทก์ไปด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นในชั้นนี้ให้เป็นพับไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปริญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2505 (เลขอ้างอิง 80555)

(1) คำให้การเพิ่มเติมของจำเลยนั้น เป็นคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแห่งมาตรา 1 (5) เมื่อศาลไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมก็เป็นการไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแห่งมาตรา 18 จึงอุทธรณ์แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9219/2547

คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์ให้ผู้อุทธรณ์ทำมาใหม่เป็นคำสั่งชั้นตรวจคำคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่กำหนด ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2530

คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องมีผลเป็นการสั่งไม่รับคำคู่ความ แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในระหว่างพิจารณา โจทก์ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 1 เดือนนับแต่วันมีคำสั่งโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2528

การขออนุญาตยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 199 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคแรกแล้ว จำเลยที่ 2 จึงขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2136/2518

มาตรา 168 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอยู่ในลักษณะ 6 หมวดที่ 3 ส่วนที่ 2 ว่าด้วยความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียม ซึ่งหมายถึงค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีว่าคยามรับผิดช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้