Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7241/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

องค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 มาตรา 19 ต้องเป็นกรณีผู้ประกอบธุรกิจตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น จำเลยที่ 1 ประกอบธุรกิจโดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่สมาชิกผู้จำหน่ายอิสระซึ่งหาสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระเพิ่มและต้องซื้อสินค้าจากจำเลยที่ 1 ผลประโยชน์ตอบแทนไม่ได้คำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่าย หากแต่คำนวณจากสินค้าที่จำหน่ายแก่สมาชิกที่หาได้เพิ่มเติม จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 มาตรา 19

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545มาตรา 3, 19, 46, 54

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 มาตรา 19, 46, 54 จำเลยที่ 1 ลงโทษปรับ 500,000 บาท จำเลยที่ 2 ลงโทษจำคุก 5 ปี จำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาโต้แย้งว่า พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 มาตรา 54 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 39 วรรคสอง มาตรา 40 (5) ประกอบมาตรา 30 ศาลฎีกามีคำสั่งให้ส่งความเห็นและข้อโต้แย้งของจำเลยที่ 2 ตามทางการเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 12/2555 ว่า พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 มาตรา 54 เฉพาะในส่วนที่สันนิษฐานให้กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษทางอาญาร่วมกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลโดยไม่ปรากฏว่ามีการกระทำหรือเจตนาประการใด อันเกี่ยวกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 39 วรรคสอง เป็นอันใช้บังคับไม่ได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 6

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจขายตรงดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายโดยสมัครเป็นสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระและซื้อสินค้าของจำเลยที่ 1 โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนหากสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระผู้ใดหาสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระมาเพิ่มเพื่อซื้อสินค้าอีก และเงินผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระสามารถหาสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระเพิ่มขึ้นเป็นชั้น ๆ ไป ตามแผนการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน (แบบ BINA-M เอเชี่ยนเจมส์) อันเป็นการตกลงให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เป็นสมาชิกเข้าร่วมเป็นเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น

อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายนั้น นายนพปฎล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานขายตรงและตลาดแบบตรง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พยานโจทก์เบิกความว่า จำเลยที่ 1 ได้ยื่นแผนซึ่งมีหลักว่า สมาชิกที่ต้องการสร้างรายได้จะต้องไปสร้างเครือข่าย ซ้าย ขวา ภาษาธุรกิจทั่วไปเรียกว่า DOWNLINE และจะมีรายได้จากยอดสะสมในการซื้อสินค้าของจำเลยที่ 1 จำนวน 4,900 บาท เมื่อสร้างเครือข่ายและซื้อสินค้าเช่นเดียวกันเป็นชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 1 จะต้องจ่ายผลตอบแทนให้แก่สมาชิกคนแรกเป็นเงิน 4,500 บาท ชั้นที่ 2 ก็จะไปสร้างสมาชิกเป็นเครือข่ายชั้นที่ 3 และชั้นที่ 4 ซึ่งจะต้องมีจำนวนสมาชิกที่จำเลยที่ 1 กำหนดตามแผน

สมาชิกคนแรกก็จะได้ผลประโยชน์ตามที่จำเลยที่ 1 กำหนด สมาชิกผู้จำหน่ายอิสระมีสิทธิ์ซื้อสินค้าไว้ใช้เองหรือจำหน่ายให้ผู้บริโภคคนอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งจะได้กำไรจากการขายปลีกเป็นรายได้ส่วนหนึ่ง สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้รับหนังสือจากสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ว่า จำเลยที่ 1 สร้างเครือข่ายในลักษณะปิรามิด โดยบังคับให้สมาชิกซื้อสินค้า พยานพิจารณาในเบื้องต้นแล้วการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นไปตามแผนที่ยื่นต่อนายทะเบียน ดังนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ชัดเจนว่าแผนการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน (แบบ BINA-M เอเชี่ยนเจมส์) ตามที่โจทก์ฟ้องชอบด้วยกฎหมาย พยานหลักฐานโจทก์เท่าที่นำสืบมาฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 ประกอบธุรกิจขายตรงดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจขายตรง โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่าย ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง

พ.ศ.2545 มาตรา 19 แต่ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่สมาชิกผู้จำหน่ายอิสระซึ่งหาสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระเพิ่มและต้องซื้อสินค้าจากจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 จดทะเบียนสำนักงานแห่งใหญ่ที่จังหวัดนนทบุรี คดีนี้เหตุเกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระในจังหวัดบุรีรัมย์ไม่เข้าใจหรือไม่ปฏิบัติตามแผนการดำเนินธุรกิจของจำเลยที่ 1 และต้องการผลประโยชน์ตอบแทนจากจำเลยที่ 1 รวบรัดโดยสมัครสมาชิกซ้ำหลายรหัส ที่ศาลล่างพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรพันธุ์ ละอองมณี · จักร อุตตโม · ธราธร ศิลปโอสถ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นางนุชนาถ ชาลีกุล ทับน้อย
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.4993/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ229/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ824/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้