Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องว่าจำเลยที่ 1,2 สมคบกันจดข้อความเท็จทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 2 ผู้เดียวเอาคนอื่นเป็นเครื่องมือในการจดเท็จ ดังนี้ จำเลยที่ 2 ย่อมเป็นตัวการในการกระทำความผิดข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริงดั่งที่กล่าวในฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ในคดีนี้เป็นเจ้าพนักงานรับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรี ตำแหน่งช่างตรี สังกัดกรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมโยธาเทศบาลซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ได้สั่งให้จำเลยช่วยราชการในตำแหน่งนายช่างเทศบาลเมืองพิษณุโลก มีหน้าที่ควบคุมออกแบบแปลนการก่อสร้างต่าง ๆ มีหน้าที่รับแลกและจ่ายแบบแปลนใบประกวดราคาการก่อสร้างให้แก่ผู้เข้ายื่นประมูล ตลอดจนทำบัญชีและควบคุมบัญชีพัสดุ และดูแลเก็บรักษาพัสดุต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างของเทศบาลทุกชนิด กับหน้าที่อื่น ๆ ตามที่นายกเทศมนตรีได้สั่งการมอบหมายให้ปฏิบัติการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายจำเลยที่ 2 ในคดีนี้รับราชการเป็นพนักงานวิสามัญประจำของเทศบาลเมืองพิษณุโลกมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยจำเลยที่ 1 ทำหน้าที่ในงานแผนกช่างทุกอย่างดังกล่าว

ครั้นเมื่อเดือนธันวาคม 2497 เทศบาลเมืองพิษณุโลกได้ออกประกาศแจ้งความประกวดราคารับเหมาก่อสร้างคลังพัสดุไฟฟ้า 1 หลัง 1 รายการ และสร้างรางระบายน้ำถนนพญาลิไท กับทำถนนคอนกรีตอีก 1 รายการ โดยประกาศสงวนสิทธิไว้ว่า ผู้ที่จะเข้ายื่นประมูลจะต้องนำกระดาษพิมพ์แบบโอซาลิค(กระดาษชนิดหนึ่งราคาม้วนละ 60 บาท) มาแลกแบบแปลนและรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างนั้นผู้เข้ายื่นประมูล 1 คน จะต้องนำกระดาษโอซาลิคไปแลกคนละ 2 ม้วนเฉพาะรายการสร้างรางระบายน้ำและทำถนนคอนกรีต ต้องนำกระดาษโอซาลิคไปแลกคนละ 5 ม้วน จึงจะได้แบบแปลนไปประมูล และรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างจากแผนกช่างไปครั้นวันที่ 20 ธันวาคม 2497 เวลากลางวัน

จำเลยทั้ง 2 นี้ได้บังอาจสมคบกระทำผิดกฎหมาย กล่าวคือ ก. ในวันเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นวันเปิดประมูลการก่อสร้างของเทศบาลทั้งสองรายดังกล่าว ได้มีผู้เข้ายื่นประมูล 2 คน คือนายดีและพันตรีวิสุทธิ์ จำเลยทั้งสองได้เข้าไปเกี่ยวข้องมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์แก่ตนและผู้อื่นในการประมูลดังกล่าว โดยได้ให้ผู้เข้าประมูลทั้ง 2 คนเข้าประมูลไปโดยจำเลยมิได้เรียกกระดาษโอซาลิคตามหน้าที่ คือ ความจริงจำเลยต้องเรียกจากการประมูลทั้งสองรายการทั้ง 2 คน ๆ ละ 7 ม้วน รวม 2 คนเป็น 14 ม้วนเนื่องจากการละเว้นของจำเลยทั้ง 2 ดังกล่าว ทำให้เทศบาลขาดรายได้และเสียหายกระดาษโอซาลิคที่ควรจะได้ 14 ม้วนเป็นเงิน 840 บาท และทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เข้าประมูลทั้ง 2 คน โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อกระดาษดังกล่าวเป็นเงินคนละ 420 บาทข.

เนื่องจากการกระทำของจำเลยทั้ง 2 ดังกล่าวแล้ว โดยหน้าที่จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าหน้าที่รับกระดาษโอซาลิค และจำต้องลงบัญชีรับกระดาษโอซาลิคต่อไป แต่จำเลยทั้ง 2 ได้บังอาจสมคบกันจดข้อความเท็จลงในบัญชีคุมพัสดุอันเป็นเอกสารของเทศบาล อยู่ในหน้าที่ของจำเลยว่า ได้รับกระดาษโอซาลิคไว้จากผู้ประมูลทั้ง 2 คนรวมเป็นจำนวน 14 ม้วน และได้ออกใบรับเท็จให้แก่ผู้เข้าประมูลทั้งสองคน ซึ่งความจริงจำเลยทั้งสองและเทศบาลมิได้รับกระดาษโอซาลิคตามจำนวนดังกล่าวไว้จากใครเลย ทำให้เทศบาลเมืองพิษณุโลกเสียหาย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 133, 230, 63 พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2484 มาตรา 3พระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญาพ.ศ. 2485 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152, 162, 83จำเลยทั้ง 2 ให้การปฏิเสธศาลจังหวัดพิษณุโลกพิพากษาว่า ในฟ้องข้อ

ก. โจทก์ไม่นำสืบให้ประจักษ์กรณีเป็นเพียงสงสัยจะฟังลงโทษจำเลยทั้งสองไม่ได้ส่วนในฟ้องข้อ ข. พยานโจทก์ก็มิได้พาดพิงไปถึงจำเลยที่ 1 เลยจำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิด ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานจดข้อความเท็จลงในเอกสารตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 230 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 จึงให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย จำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 3 ปี

จำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ปรานีลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามมาตรา 78 จึงให้จำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยที่ 2 ผู้เดียวอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 2 แรงไปควรบรรเทาโทษลงอีก จึงพิพากษาแก้เฉพาะโทษ เป็นว่าให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด 6 เดือน นอกนั้นยืนตามจำเลยที่ 2 ฎีกาอ้างเป็นปัญหาข้อกฎหมายมา 3 ข้อศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาข้อกฎหมายข้อ 1 ที่ว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันจดข้อความเท็จ แต่โจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ 2 ได้ใช้ให้นายนิตย์จดข้อความเท็จ ข้อเท็จจริงที่ได้ความจึงต่างกับฟ้อง นั้น เห็นว่า ฟ้องของโจทก์ฉบับนี้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 มาด้วย จึงทำให้เข้าใจความหมายได้ว่าโจทก์มีความประสงค์ที่จะให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ในฐานะเป็นตัวการนั่นเอง

ไม่ว่าจะเป็นโดยกระทำผิดสองคนร่วมกันหรือกระทำผิดคนเดียว หรือกระทำผิดโดยเอาผู้อื่นเป็นเครื่องมือ ซึ่งก็เป็นความผิดฐานเป็นตัวการด้วยกันทั้งนั้น จึงถือไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง ฯลฯข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยต้องโทษมาก่อน และเป็นคนมีความประพฤติเรียบร้อย ทั้งต้องขังมาระหว่างอุทธรณ์ฎีกาบ้างแล้ว สมควรรอการลงโทษจำเลยที่ 2 ไว้ก่อนได้จึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ว่า โจทก์จำคุกจำเลยที่ 2 หกเดือนนี้นั้น ให้รอการลงโทษไว้ภายในกำหนดหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ไขนี้แล้วให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ห้วน ประชาบาล · การุณย์นราทร · สารกิจปรีชา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3978/2567

การที่ผู้ตายที่ 1 ใช้อาวุธมีดแทง น. แล้ว น. ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 1 แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกผู้ตายที่ 2 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าอย่างกะทันหันโดยจำเลยมิได้คบคิดนัดหมายกันมาก่อน ถือไม่ได้ว่าจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2567

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเท่านั้น ซึ่งในการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4639/2566

จำเลยที่ 1 แม้ไม่มีฐานะหรือคุณสมบัติเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรงในการดูแลและประสานโครงการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟบ้านบ่อน้ำใส ประจำปีงบประมาณ 2557 อันจะร่วมกระทำความผิดเป็นตัวการหรือเป็นผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2563

โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับ บ. และจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแก่สายลับ จึงมิอาจถือว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกระทำผิดกับจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3009/2563

เมทแอมเฟตามีนของกลาง 565 เม็ด เป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนที่ ส. ซื้อมาจากจำเลย หลังจากที่จำเลยขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ ส. โดยจำเลยได้รับเงินค่าเมทแอมเฟตามีนไปแล้ว การครอบครองเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้