Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7292/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดฐานไม่จ่ายค่าจ้างเป็นกรณีมิใช่ความผิดอันยอมความได้ซึ่งลูกจ้างซึ่งผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์ด้วยตนเองเมื่อปรากฎว่าเจ้าหน้าที่แรงงานผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ได้ร้องทุกข์ไว้แล้วพนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนและพนักงานอัยการโจทก์มีอำนาจฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 120 ป.วิ.อ. มาตรา 121 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 มาตรา 2 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 มาตรา 5 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดกฎหมายต่างกรรมต่างวาระดังนี้ก. เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2536 เวลากลางวัน จำเลยเป็นนายจ้างได้ว่าจ้างแรงงานนางสาวนงคราญ สุวรรณแดงผู้เสียหายที่ 1 ให้เป็นลูกจ้างของจำเลย ทำหน้าที่ทำอิฐในโรงงานทำอิฐของจำเลย จำเลยตกลงจะจ่ายค่าจ้างวันละ 60 บาททุกวันที่ 15 ของทุกเดือน ครั้นถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2536จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างให้ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งทำงานให้จำเลยตลอดมาข. เมื่อระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2536เวลากลางวัน จำเลยจ้างแรงงานนายอนัน หนูดี ผู้เสียหายที่ 2นายฉันท์ ทองสิงห์ ผู้เสียหายที่ 3 นายสมอ นนทวงษ์ผู้เสียหายที่ 4 และบุคคลอื่น ๆ อีก 24 คน ให้ทำหน้าที่ในโรงงานทำอิฐของจำเลย

ตกลงจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน ครั้นถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2536 จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างให้ผู้เสียหายกับพวกดังกล่าวซึ่งทำงานให้จำเลยตลอดมาค. เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2536 นายกริษณุ เสนารัตน์พนักงานตรวจแรงงานซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้ออกคำสั่งให้จำเลยไปพบพนักงานตรวจแรงงานอันเป็นการสั่งโดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 103 จำเลยทราบคำสั่งแล้วไม่ไปพบเจ้าพนักงานอันเป็นการไม่ปฎิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุอันควรง. เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2536 เวลากลางวัน นายวิชิต แสนเมือง พนักงานตรวจแรงงานซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้ออกคำสั่งให้จำเลยไปพบพนักงานตรวจแรงงาน อันเป็นการสั่งโดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 103 จำเลยทราบคำสั่งแล้วไม่ไปพบเจ้าพนักงานอันเป็นการไม่ปฎิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุอันควรจ.

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2536 เวลากลางวัน นายวิชิต แสนเมือง พนักงานตรวจแรงงานซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้ออกคำสั่งให้จำเลยไปพบพนักงานตรวจแรงงาน อันเป็นการสั่งโดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 103 จำเลยทราบคำสั่งแล้วไม่ไปพบเจ้าพนักงานอันเป็นการไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฎิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 ข้อ 2, 5, 8 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน2515 ข้อ 28, 29 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368, 91จำเลยให้การปฎิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ความผิดฐานไม่จ่ายค่าจ้างตามฟ้องข้อ ก. โจทก์ไม่มีผู้เสียหายมาเบิกความ ความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามฟ้อง ข้อ

ค. ง. จ. จำเลยยังไม่ได้รับทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ให้จำเลยไปพบตามนัดจำเลยคงมีความผิดฐานไม่จ่ายค่าจ้างตามฟ้องข้อ ข. กระทงเดียว พิพากษาว่าจำเลยจำเลยมีความผิดตามประกาศของคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 2ข้อ 8 ลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ โดยอุทธรณ์ของโจทก์มีอัยการพิเศษประจำเขต 4 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประกาศของคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 2 และข้อ 8 ให้จำคุก2 เดือน โดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ความผิดฐานไม่จ่ายค่าจ้างผู้เสียหายคือลูกจ้างไม่ได้ร้องทุกข์นั้น เห็นว่ากรณีมิใช่ความผิดอันยอมความได้ ซึ่งผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์ด้วยตนเอง ปรากฎว่านายกริษณุ เสนารัตน์ เจ้าหน้าที่แรงงานผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ได้ร้องทุกข์ไว้แล้วตามคำร้องทุกข์เอกสารหมาย จ.11 พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนและโจทก์มีอำนาจฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรุณ น้าประเสริฐ · จเร อำนวยวัฒนา · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4279/2539

บริษัทมีเจตนาเพียงจะเรียกเก็บเงินประกันการทำงานจากประชาชนผู้มาสมัครงาน โดยมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตัวกรรมการของบริษัทเอง หรือเพื่อบริษัทอันเป็นการกระทำโดยทุจริตโดยประกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7626/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ร่วมและจำเลยรวมทั้งบุคคลอื่นอีก 1 คน เป็นผู้ถือหุ้น โดยโจทก์ร่วมและจำเลยเป็นกรรมการในบริษัทร่วมกันกระทำการแทนบริษัท ต่อมาจำเลยเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของบริษัทแล้วเบียดบัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1847/2563

การร้องทุกข์มิใช่เป็นการทำนิติกรรม โจทก์ร่วมที่ 1 จึงกระทำเองได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพรากโจทก์ร่วมที่ 1 ไปเพื่อการอนาจาร จึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 318 วรรค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5119/2561

โจทก์ร่วมเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ความประสงค์หรือเจตนาย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคล ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 แม้โจทก์ร่วมจะทำหนังสือมอบอำนาจให้ ร. ผู้รับมอบอำนาจไปร้องทุกข์ ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4560/2558

แม้ในเบื้องต้นโจทก์ร่วมที่ 1 ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แต่หลังจากนั้นโจทก์ร่วมที่ 1 ไปให้การต่อพนักงานสอบสวนพร้อมกับร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานฉ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้