Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7318/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ แม้กล่าวในฟ้องว่าหากนำออกให้ผู้อื่นเช่าจะได้ค่าเช่าเดือนละ50,000 บาท และศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์จะกำหนดค่าเสียหายให้เดือนละ 9,000 บาท ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องเพราะเป็นแต่อาจให้เช่าได้ในอัตราดังกล่าวเท่านั้น เมื่อจำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 1,500 บาท ต้องฟังว่าตึกแถวพิพาทมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวที่เช่า และส่งมอบตึกแถวคืนแก่โจทก์กับให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างชำระ 150,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 50,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะส่งมอบตึกแถวคืนแก่โจทก์จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวเลขที่ 207/1 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานครและส่งมอบตึกแถวดังกล่าวคืนโจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าเสียหาย30,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมกับค่าเสียหายเดือนละ 9,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะส่งมอบตึกแถวดังกล่าวคืนโจทก์ ส่วนคำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์

แม้โจทก์จะกล่าวมาในฟ้องว่าหากนำออกให้ผู้อื่นเช่าจะได้ค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท และศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์จะกำหนดค่าเสียหายให้เดือนละ 9,000 บาทก็ตาม แต่ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องเพราะเป็นแต่อาจให้เช่าได้ในอัตราดังกล่าวเท่านั้น เมื่อจำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์ในอัตราค่าเช่าเดือนละ1,500 บาท จึงต้องฟังว่าตึกแถวพิพาทมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทซึ่งคู่ความต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเป็นลายมือชื่อปลอม

โจทก์เป็นบุคคลไร้ความสามารถไม่มีสติสัมปชัญญะ และไม่สามารถลงลายมือชื่อของตนเองได้ ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ ทั้งไม่มีอำนาจตั้งทนายความให้ยื่นฟ้องคดีนี้ และโจทก์มีนายบุญชัย วสุนธรา ผู้รับมอบอำนาจมาเบิกความสนับสนุนเพียงปากเดียว ไม่มีพยานอื่นมาเบิกความอีกเลยนายบุญชัยย่อมจะเบิกความเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายโจทก์เป็นธรรมดา นอกจากนี้ยังได้ความตามคำสั่งศาลเอกสารหมาย จ.1และคำเบิกความของนายบุญชัยว่าโจทก์เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ เชื่อคนง่ายไม่สามารถตัดสินใจได้เองความจำเสื่อม ตัดสินใจผิดพลาด มีสภาพจิตใจอ่อนแอ ง่ายต่อการชักจูงล่อลวง เมื่อโจทก์เดินทางไปไหนต้องมีบุคคลอื่นไปด้วยทั้งต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ตลอด

สอดคล้องกับคำให้การของจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่มีสติสัมปชัญญะ การรับรู้และความทรงจำไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่สามารถที่จะลงลายมือชื่อของตนเองได้นานแล้วไม่มีเจตนาฟ้องและดำเนินคดีนี้และยังฟังไม่ได้ว่าลายมือชื่อในช่องผู้มอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้เป็นลายมือชื่ออันแท้จริงของโจทก์ และฟังไม่ได้ว่านางเกศราผู้พิทักษ์ได้ยินยอมให้โจทก์ฟ้องคดีนี้ด้วยนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าโจทก์เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถซึ่งได้รับความยินยอมจากนางเกศรา บุณยตุลย์ ผู้พิทักษ์ให้ฟ้องคดีนี้แล้วและลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเป็นลายมือชื่อของโจทก์ ดังนั้นฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงอันต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว

ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนที่จำเลยฎีกาด้วยว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้บริษัทบ้านและอาคารชุดจำกัดเป็นตัวแทนในการบอกเลิกสัญญาเช่า ฟ้องขับไล่ รื้อถอนอาคาร โจทก์จึงหมดสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย แต่เป็นสิทธิของบริษัทดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียวนั้น เห็นว่า เป็นข้อที่นอกเหนือจากคำให้การทั้งมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสองศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้เช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา บูรณะไทย · บุญธรรม อยู่พุก · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้