Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7353/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยได้แบ่งพนักงานหรือลูกจ้างไว้เป็น 2 ประเภท คือประเภทผู้บังคับบัญชากับประเภทพนักงานธรรมดา โดยถือเอาระดับตำแหน่งหน้าที่ในการทำงานเป็นเกณฑ์ พนักงานที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับหัวหน้างานในงานทุกส่วนถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาทั้งสิ้น มิได้ถือว่าผู้ที่มีอำนาจบังคับบัญชาหรือสั่งการพนักงานคนใดจะเป็นผู้บังคับบัญชาเฉพาะของพนักงานคนนั้นเท่านั้น เมื่อ ก. ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการอาคาร มีระดับเป็นหัวหน้างานในอาคาร ก. จึงเป็นผู้บังคับบัญชาตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย เมื่อปรากฏว่าก่อนหน้านี้โจทก์เคยดูหมิ่น พ. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์และจำเลยได้ตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาแล้วครั้งหนึ่ง การที่ต่อมาโจทก์กล่าวดูหมิ่น ก. เกี่ยวกับการทำงานอีกจึงเป็นการดูหมิ่นผู้บังคับบัญชาอันเป็นการทำผิดซ้ำคำเตือนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 119(4) จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างทำหน้าที่วิศวกร ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 42,400 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด เป็นการจงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ต้องตกงานและครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย 127,200 บาท และค่าเสียหาย 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์กล่าววาจาดูหมิ่นผู้บังคับบัญชา ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้น จำเลยเคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือในความผิดเช่นเดียวกันมาแล้ว จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 มาตรา 119 และไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหายและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยทำหน้าที่เป็นวิศวกรหัวหน้าชุดโมบายทีมหรือหัวหน้ากลุ่มงานช่างซ่อมบำรุงเคลื่อนที่มีหน้าที่ดูแลระบบสาธารณูปโภคอาคารที่จำเลยต้องรับผิดชอบซึ่งรวมทั้งอาคารซีลิกด้วย เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2541 โจทก์ดูหมิ่นนายพลวีร์ แก้วรักษ์ ผู้ดูแลการบริหารงานอาคารในความรับผิดชอบของจำเลยทั้งหมดซึ่งถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ เป็นการดูหมิ่นผู้บังคับบัญชาฝ่าฝืนต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.2 หมวดที่ 9 ว่าด้วยวินัยและการลงโทษ ข้อ 2.3(3) และจำเลยได้ลงโทษโจทก์ด้วยการตักเตือนเป็นหนังสือแล้วตามเอกสารหมาย

ล.4 ต่อมาวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 โจทก์ได้กล่าววาจาดูหมิ่นนายกอบเกียรติฉิมคำ ผู้จัดการอาคารซีลิกอีก แต่การทำงานของโจทก์มีลักษณะเป็นเอกเทศไม่อยู่ภายใต้การบริหารงานและการบังคับบัญชาของนายกอบเกียรติ นายกอบเกียรติจึงไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ การที่โจทก์กล่าววาจาดูหมิ่นนายกอบเกียรติจึงไม่ใช่การดูหมิ่นผู้บังคับบัญชาเป็นเพียงการดูหมิ่นพนักงานด้วยกันเท่านั้น การดูหมิ่นผู้บังคับบัญชากับการดูหมิ่นพนักงานเป็นการกระทำต่อบุคคลต่างฐานะกัน ถือเป็นการกระทำความผิดต่างลักษณะกัน การที่โจทก์ดูหมิ่นนายพลวีร์ผู้บังคับบัญชาและถูกตักเตือนเป็นหนังสือแล้วโจทก์ยังดูหมิ่นนายกอบเกียรติพนักงานด้วยกันอีกจึงไม่เป็นการทำผิดซ้ำคำเตือนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. 2541 มาตรา 119(4) เป็นแต่เพียงเหตุอันสมควรที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเท่านั้นพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 127,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (23 เมษายน 2542) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยข้อที่ว่านายกอบเกียรติ ฉิมคำ เป็นผู้บังคับบัญชาตามความในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเอกสารหมาย ล.3 หมวดที่ 9 ว่าด้วยวินัยและการลงโทษข้อ 2.3.3 หรือไม่เสียก่อน เห็นว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุตามเอกสารหมาย ล.3หมวดที่ 1 บททั่วไป ข้อ 2 ได้ให้คำจำกัดความคำว่าผู้บังคับบัญชาไว้ในข้อ 2.3 ว่า

"ผู้บังคับบัญชา" หมายถึงพนักงานที่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับหัวหน้างานในส่วนใดส่วนหนึ่งทั้งในด้านการปฏิบัติงานการบังคับบัญชาและการควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อบังคับตลอดจนระเบียบต่าง ๆ ที่จำเลยเป็นผู้กำหนดขึ้น และให้คำจำกัดความคำว่าพนักงานไว้ในข้อ 2.2 ว่า "พนักงาน" หมายถึงพนักงานทุกประเภทซึ่งได้รับการพิจารณาว่าจ้างให้เข้าทำงานร่วมกับจำเลยเพื่อรับค่าจ้างจึงเห็นได้ว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยแบ่งพนักงานหรือลูกจ้างไว้เป็น 2 ประเภท ประเภทหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา อีกประเภทหนึ่งเป็นพนักงานธรรมดา โดยถือเอาระดับตำแหน่งหน้าที่ในการทำงานเป็นเกณฑ์ พนักงานที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับหัวหน้างานในงานทุกส่วนถือเป็นผู้บังคับบัญชาทั้งสิ้น

มิได้ถือว่าผู้ที่มีอำนาจบังคับบัญชาหรือสั่งการพนักงานคนใดเป็นผู้บังคับบัญชาเฉพาะของพนักงานคนนั้นเท่านั้นนายกอบเกียรติเป็นพนักงานที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการอาคารซีลิกมีระดับเป็นหัวหน้างานในอาคารดังกล่าวจึงเป็นผู้บังคับบัญชาตามความในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในเอกสารหมาย ล.3 หมวดที่ 9 ว่าด้วยวินัยและการลงโทษข้อ 2.3.3การที่โจทก์ดูหมิ่นนายกอบเกียรติจึงเป็นการดูหมิ่นผู้บังคับบัญชาจึงเป็นการทำผิดซ้ำคำเตือนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 มาตรา 119(4) จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมด

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัส พวงมณี · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · หัสดี ไกรทองสุก
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3306/2567

ระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลย หมวดที่ 10 ระเบียบวินัยและมาตรการในการลงโทษทางวินัย ข้อ 14 กำหนดโทษสำหรับพนักงานที่กระทำผิดวินัยไว้ทั้งสิ้น 7 ประการ โดยไม่มีเรื่องการลงโทษปรับเงิน แต่การที่โจทก์ลงโทษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3578/2565

ตามกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานพนักงานรายเดือนและพนักงานรายวัน ข้อ 9 วินัยในการปฏิบัติงาน ข้อย่อยที่ 18 กำหนดว่า "ห้ามพนักงานทุกคนนํายาเสพติดผิดกฎหมาย.... เข้ามาในบริเวณที่ทำงานหรือโรงงาน และพน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3458/2565

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ซึ่งตามมาตรา 45 วรรคสอง กำหนดให้การอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัติดังกล่าวให้อุท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7189/2562

ในการทำงานโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงต่อการรักษาความลับและพันธกรณีอื่น ๆ โดยโจทก์ยินยอมที่ป้องกันรักษาความลับของข้อมูลและสารสนเทศของจำเลย อันแสดงให้เห็นว่า จำเลย ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและเก็บรักษาข้อมูล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้