Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7355/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลสั่งให้คู่ความไปนำชี้ในการทำแผนที่พิพาทพร้อมทั้งระบุว่าหากโจทก์ไม่ไปนำชี้ถือว่าทิ้งฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่ไปนำชี้ตามที่ศาลกำหนด จึงถือว่าเป็นการไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการนั้น อันเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(2) ศาลชอบที่จะสั่งจำหน่ายคดีได้ตามมาตรา 132(1)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า บิดาโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2ร่วมกันซื้อสวนยางพิพาทจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 แต่ต่อมาถูกจำเลยที่ 3 แย่งการครอบครองเพราะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ขายสวนยางพิพาทให้แก่จำเลยที่ 3 อีกโดยไม่มีอำนาจ บิดาโจทก์ที่ 1ถึงแก่ความตายแล้ว โจทก์ที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกจึงร่วมกับโจทก์ที่ 2 ฟ้องคดีนี้ ขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินสวนยางพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสามเข้ายุ่งเกี่ยวจำเลยที่ 1 ให้การว่า สวนยางพิพาทเดิมเป็นของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เคยทำสัญญาจะขายให้บิดาโจทก์ที่ 1 คนเดียวแต่ก็ยกเลิกไปขณะนี้จำเลยที่ 1 ได้ขายและมอบการครอบครองให้จำเลยที่ 3 แล้วฟ้องโจทก์ทั้งสองเคลือบคลุมและขาดอายุความจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 3 ให้การและฟ้องแย้งว่า

สวนยางพิพาทเป็นของจำเลยที่ 3ซื้อมาจากจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้อง และขอให้ห้ามโจทก์ทั้งสองเข้าเกี่ยวข้องโจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 3 ว่า จำเลยที่ 3สมคบกับจำเลยที่ 1 แกล้งกล่าวอ้างว่า จำเลยที่ 1 ขายสวนยางพิพาทให้จำเลยที่ 3 ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าสวนยางพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองระหว่างพิจารณาโจทก์ทั้งสองแถลงขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตก่อนสืบพยานศาลชั้นต้นสั่งให้ทำแผนที่พิพาท ต่อมาจำเลยที่ 3ยื่นคำแถลงลงวันที่ 26 เมษายน 2534 ว่า โจทก์ทั้งสองไม่ไปนำชี้แนวเขตที่พิพาทตามคำสั่งศาล ขอให้สั่งว่าโจทก์ทั้งสองทิ้งฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์ทั้งสองไม่ไปนำชี้แนวเขตเพื่อทำแผนที่พิพาททำให้ต้องเลื่อนคดีหลายครั้ง เป็นการประวิงคดีและเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนด จึงมีคำสั่งว่าโจทก์ทั้งสองทิ้งฟ้อง ให้จำหน่ายคดีโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่1 มีนาคม 2533 ความว่าการทำแผนที่พิพาทนั้น ถึงวันนัดถ้าฝ่ายใดไม่ไปตามนัดก็ยอมให้ฝ่ายที่ไปนำชี้ไปโดยถือว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ค้านและต่อมาได้ความว่าฝ่ายโจทก์ไม่ไปนำชี้ เจ้าหน้าที่ที่ดินต้องเลื่อนวันนัดไปหลายครั้ง จนกระทั่งวันที่ 7 มกราคม 2534 นายอำเภอจะนำทำหนังสือแจ้งศาลว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ได้ไปติดต่อ ศาลมีคำสั่งว่ามีหมายถึงตัวความจะจัดการอย่างไรต่อไปให้โจทก์และจำเลยแถลงภายใน7 วัน หากโจทก์ไม่ดำเนินการถือว่าทิ้งฟ้อง และได้ออกคำสั่งเรียกตัวความ ทนายโจทก์รับคำสั่งไปวันที่ 22 มกราคม 2534 วันที่ 23มกราคม 2534 ทนายโจทก์ยื่นคำแถลงข้อขัดข้องในการทำแผนที่พิพาทศาลสั่งนัดพร้อมวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2534 เวลา 9 นาฬิกา

ครั้นถึงวันนัดพร้อม ศาลจดรายงานกระบวนพิจารณาความว่า ในการนำชี้หากโจทก์ไม่ไปถือว่าทิ้งฟ้อง หากจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่ไป ก็ให้โจทก์นำชี้ไปฝ่ายเดียว ทนายโจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 3 รับหนังสือไปนัดกับเจ้าพนักงานให้ออกไปรังวัดที่ดินในวันที่ 9 ถึงวันที่ 13 เมษายน2534 แต่ในวันที่ 11 ถึงวันที่ 13 เมษายน 2534 โจทก์ทั้งสองไม่ไปนำชี้ที่พิพาทเพื่อให้เจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินตามคำสั่งศาลชั้นต้นจนเสร็จ เห็นว่า ศาลชั้นต้นได้บันทึกรายงานกระบวนพิจารณาให้โจทก์ทราบชัดแล้วว่า หากโจทก์ไม่ไปนำชี้ถือว่าทิ้งฟ้อง ฉะนั้นเมื่อโจทก์ไม่ไปนำชี้ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ จึงถือว่าเป็นการไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการนั้น อันเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ส่วนการที่ศาลชั้นต้นกำหนดเวลาให้นายอำเภอจะนะแจ้งนั้น เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นจะพิจารณาคดีต่อไป ข้ออ้างดังกล่าวหาเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองยกขึ้นแก้ตัวได้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โกษา ปิยสิรานนท์ · บุญศรี กอบบุญ · สละ เทศรำพรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 662542)

แม้ตามสัญญาข้อ 19 คู่สัญญาได้แสดงเจตนาไว้ชัดแจ้งว่าถ้าจำเลยทั้งสองส่งมอบงานล่าช้ากว่าวันแล้วเสร็จจำเลยทั้งสองยอมให้โจทก์ดำเนินการปรับเป็น รายวัน วันละ 1,939.50 บาท ก็ตาม แต่เงินค่าปรับ ในกรณีที่จำเลยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13881/2556

ตามรายงานกระบวนพิจารณา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า คดีของโจทก์มีมูล ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา หมายเรียกจำเลยทั้งสามมาให้การในวันเดียวกับวันนัดพร้อม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2475/2556

คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่เห็นว่าโจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ไม่ครบถ้วนและมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกให้โจทก์ให้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามทุนทรัพย์ให้ครบถ้วนถูกต้องภายใน 15 วันนับแต่ทราบคำสั่ง เป็นคำสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2553

ในกรณีที่โจทก์ทิ้งฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 132 (1) แต่บทบัญญัติมาตรา 132 (1) นี้มิได้บังคับเด็ดขาดว่า ศาลต้องจำหน่ายคดีทุกกรณี แต่ให้ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5816/2550

จำเลยเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์ โดยจำเลยมีสิทธินำบัตรไปใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้าและบริการจากสถานประกอบการและถอนเงินสดจากธนาคารที่เป็นสมาชิกของโจทก์ และโจทก์ตกลงออกเงินทดรองจ่ายให้แก่สถานประกอบการแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้