Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2473 (เลขอ้างอิง 73800)

พ.ศ. 2473 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กลฉ้อฉลเพิกถอนได้ ผัวเมีย มฤดก ผัวเอาสินสมรสระวางผัวเมียทำพินัยกรรมยกให้คนอื่น เมียรู้ไม่คัดค้านกลับถือเอาประโยชน์จากพินัยกรรมนั้น จะมาคัดค้านพินัยกรรมไม่ได้นิ่งถือว่ายอมคนกวาดกองมฤดกไม่มีอำนาจจะเอาทรัพย์ที่ให้คนอื่นไปใช้หนี้ เมื่อทรัพย์มฤดกยังมีพอ วิธีพิจารณาแพ่ง หน้าที่นำสืบข้อความใดไม่ได้ร้องเสียชั้นแรก จะมาร้องชั้นฎีกาไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

เดิมซุ่นฮวดได้จำเลยเปลภรรยาเกินสินสมรสคือ ที่ดินและตึกรายพิพาทนี้ ซึ่งซุ่นฮวดทำพินัยกรรมยกให้แก่โจทก์ผู้เดียว แต่ในพินัยกรรมได้ทำยกทรัพย์อื่นอีกมากมายให้แก่จำเลย จำเลยทราบพินัยกรรมนั้นไม่คัดค้าน กลับถือเอาตามพินัยกรรมและรับจัดการในพินัยกรรมตลอดมา และโจทก์ไม่ทราบความจิงในพินัยกรรมนั้นเลย โจทก์ขอดูพินัยกรรม จำเลยไม่ให้ดู กลับลวงโจทก์ให้เข้าใจผิดว่าโจทก์จำเลยได้ตึกกับที่ดินคนละครึ่ง โจทก์หลงเชื่อจึงยอมลงชื่อรับรองในเอกสารว่ากิจการใด ๆ ที่จำเลยทำไประวางโจทก์เปนผู้เยาว์นั้นเปนอันใช้ได้ คือ ลงชื่อโจทก์ในโฉนดกับจำเลยคนละครึ่ง และรับรองการจำนองที่ดินนั้น ซึ่งความจริงมิได้จำนองกันโดยสุจริตเปนเงิน ๓๐๐๐๐ บาท เพื่อใช้หนี้กองมฤดก

โจทก์จึงฟ้องขอให้ทำลายเอกสารและใส่ชื่อโจทก์ในโฉนดแต่ผู้เดียว ฝ่ายจำเลยฟ้องแย้งเรียกเงิน ๓๐๐๐๐ บาท ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ให้โจทก์ชนะ และยกฟ้องแย้งของจำเลยเสีย โดยกล่าวว่าจริงอยู่สามีไม่มีอำนาจยกทรัพย์ส่วนของเมียให้แก่ใคร แต่เรื่องนี้จำเลยทราบไม่คัดค้าน กลับถือเอาประโยชน์จากพินัยกรรมนั้นจะมาคัดค้านพินัยกรรมและเอาประโยชน์จากพินัยกรรมด้วยยังไม่ชอบพินัยกรรมนั้นใช้ได้ โจทก์คงได้ที่ดินกับตึก เรื่องที่จำเลยฟ้องแย้งขอเรียกเงินนั้น ปรากฏว่าในพินัยกรรมให้จำเลยเก็บลูกหนี้และชำระหนี้ด้วย และไม่ได้ความว่าทรัพย์ที่จำเลยได้ตามพินัยกรรมน้อยกว่าหนี้สินของซุ่นฮวด ฉะนั้นโจทก์ได้ทรัพย์ตามพินัยกรรมและไม่ต้องใช้เงินตามฟ้องแย้ง และข้อที่โจทก์ว่าซุ่นฮวดมีทุนสินเดิม แต่ไม่ได้ระบุว่าอะไรบ้าง ศาลไม่ควรให้สืบ เรื่องนี้จำเลยไม่ร้องให้โจทก์ระบุแต่ชั้นศาลเดิม จะมาร้องเวลานี้ไม่ขึ้น การที่โจทก์ลงชื่อในเอกสารที่กล่าวนั้นก็โดยสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรมและเกิดจากกลฉ้อฉลของจำเลย จึงให้เพิกถอนเอกสารนั้นเสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิกรม · เทพ · พรหม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7242/2538

เมื่อจำเลยที่ 1 ซื้อที่พิพาทจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 ไม่ได้ขายที่พิพาทให้โจทก์ ตามที่โจทก์อ้างว่าผู้แทนของจำเลยที่ 1 รับรองว่าจะขายให้โจทก์ในภายหลัง แต่ได้ขายให้จำเลยที่ 2และที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6207/2538

โจทก์ทำหนังสือบริจาคที่ดินพิพาทเพื่อเป็นกองทุนในการก่อตั้งมูลนิธิโลกุตรธรรมประทีป และมูลนิธิดังกล่าวจะทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2531ที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์สินอันจัดสรรไว้เป็นแผนกตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2049/2538

จำเลยไม่ได้ให้การว่าได้ บอกล้าง โมฆียะกรรมภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้วการนำสืบของจำเลยที่ว่าได้บอกล้างนิติกรรมไปยังโจทก์ก่อนวันที่พากันไปโอนที่ดินพิพาทตาม สัญญาจะซื้อจะขายที่เป็นโมฆียะที่สำนักงานที่ดิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 115/2534

โจทก์ฟ้องอ้างว่ามารดาโจทก์ขายที่ดินให้จำเลยที่ 1 เพราะถูกจำเลยที่ 1 หลอกลวงเท่ากับเป็นการอ้างว่านิติกรรมการซื้อขายที่ดินนั้นเกิดจากกลฉ้อฉลของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีผลทำให้นิติกรรมการซื้อขายที่ดินเป็นโมฆียะต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6294/2533

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมขายที่ดินพิพาทโดยอ้างว่าโจทก์ทำนิติกรรมขายที่ดินพิพาทเพราะถูกจำเลยหลอก ลวงให้หลงเชื่อว่าน้ำจะท่วมที่ดินพิพาทจากการสร้างเขื่อนอันเป็นการอ้างเหตุว่าจำเลยใช้กลฉ้อฉลโจทก์ เป็น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้