Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7382/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของนานเกินกว่า 10 ปี ต่อมาเมื่อปี 2535 จำเลยขอรังวัดที่ดินของตนซึ่งมีแนวเขตติดต่อกับที่ดินของ ก. จำเลยไม่ได้โต้แย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นของตนเองโดยการครอบครองปรปักษ์ ทั้งยังยอมรับว่าที่ดินพิพาทไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินตามโฉนดของตนเอง แต่อยู่ในเขตโฉนดที่ดินของ ก. จึงถือได้ว่าจำเลยได้สละเจตนาครอบครองที่ดินพิพาทแล้ว และแม้จำเลยจะครอบครองที่ดินพิพาทมาก่อนเป็นเวลาเกิน 10 ปี ที่จำเลยอาจได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 แล้วก็ตาม ถือได้ว่าจำเลยได้สละกรรมสิทธิ์ที่ได้มาดังกล่าวให้แก่ ก. แล้ว และการครอบครองที่มีมาก่อนดังกล่าวย่อมสิ้นสุดลง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1377 การครอบครองที่ดินที่จะเป็นเหตุให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ใหม่ได้อีกจึงต้องเริ่มต้นนับใหม่ตั้งแต่วันที่จำเลยได้ครอบครองที่ดินใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากจะถือว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินใหม่ทันทีหลังจากที่ได้รับรองแนวเขตเป็นต้นไป แต่เมื่อนับถึงวันฟ้องแล้วไม่ครบ 10 ปี จำเลยจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์อีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 1888 ตำบลลำพระยา อำเภอบางเลน (บางปลา) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) ของโจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 1888 ตำบลลำพระยา อำเภอบางเลน (บางปลา) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) เฉพาะส่วนตามรูปแผนที่สังเขปท้ายคำให้การและฟ้องแย้ง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกโจทก์ร่วมทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 1888 ตำบลลำพระยา อำเภอบางเลน (บางปลา) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) เข้ามาเป็นคู่ความร่วมกับโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสี่ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 1888 ตำบลลำพระยา อำเภอบางเลน (บางปลา) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) เฉพาะส่วนตามรูปแผนที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 และยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดให้เป็นพับ โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทตามแนวเส้นสีเขียวในแผนที่วิวาท ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากที่ดินของโจทก์ ยกฟ้องแย้งของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องของโจทก์ทั้งสองศาล และในส่วนฟ้องแย้งในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสี่โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม 10,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งในศาลชั้นต้นให้เป็นพับจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่า จำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทด้วยการทำนาอย่างเป็นเจ้าของมานานเกินกว่า 10 ปีแล้ว ต่อมาเมื่อปี 2535 จำเลยและเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินโฉนดเลขที่ 1217 ได้นำเจ้าหน้าที่ที่ดินไปรังวัดเพื่อแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวม แต่การรังวัดดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้เนื่องจากที่ดินและรูปโฉนดไม่ตรงกัน ทางฝ่ายจำเลยจึงทราบว่าที่ดินพิพาทที่จำเลยครอบครองทำนาอยู่โดยเข้าใจว่าที่ดินพิพาทนั้นอยู่ในโฉนดที่ดินเลขที่ 1217 ที่ขอรังวัด แต่เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตโฉนดเลขที่ 1888 ซึ่งขณะนั้นเป็นของนางกิมลี้มารดาโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสี่ หลังจากนั้นจำเลยจึงนำเจ้าหน้าที่ที่ดินไปรังวัดใหม่โดยชี้ตามแนวโฉนดที่แท้จริงของโฉนดเลขที่ 1217 ส่วนโจทก์ชี้แนวเขตโฉนดเลขที่ 1888 จึงสามารถรังวัดได้เสร็จ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่ดินได้บันทึกการรังวัดไว้โดยให้จำเลยและเจ้าของที่ดินข้างเคียงลงลายมือชื่อรับรองแนวเขตไว้ตามบันทึกถ้อยคำ และในปี 2537 นางกิมลี้ยกที่ดินของตนดังกล่าวให้แก่โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสี่ ปัญหามีว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ เห็นว่า ในปี 2535 ที่ดินโฉนดเลขที่ 1217 ที่จำเลยขอรังวัดนั้นอยู่ติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 1888 ของนางกิมลี้มารดาโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสี่ การรังวัดที่ดินโฉนดเลขที่ 1217 จึงต้องเกี่ยวพันกับที่ดินของนางกิมลี้ เพราะนางกิมลี้เป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงซึ่งจะต้องมาระวังแนวเขตด้วย เมื่อการรังวัดที่ดินครั้งนี้จำเลยไม่ได้โต้แย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นของตนเองโดยการครอบครองปรปักษ์อีก

ทั้งยังยอมรับว่าที่ดินพิพาทไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินตามโฉนดของตน แต่อยู่ในเขตโฉนดที่ดินของนางกิมลี้ซึ่งต่อมานางกิมลี้ได้ยกให้แก่โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสี่ จึงถือได้ว่าจำเลยได้สละเจตนาครอบครองที่ดินพิพาทแล้ว และแม้จำเลยจะเคยครอบครองที่ดินพิพาทมาก่อนเป็นเวลาเกิน 10 ปีที่จำเลยอาจได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 แล้วก็ตาม ก็ถือได้ว่าจำเลยได้สละกรรมสิทธิ์ที่ได้มาดังกล่าวให้แก่นางกิมลี้แล้ว และการครอบครองที่มีมาก่อนดังกล่าวย่อมสิ้นสุดลง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1377 การครอบครองที่ดินที่จะเป็นเหตุให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ใหม่ได้อีกจึงต้องเริ่มต้นนับใหม่ตั้งแต่วันที่จำเลยได้ครอบครองที่ดินใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแม้หากจะถือว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินใหม่ทันทีหลังจากที่ได้รับรองแนวเขตเป็นต้นไป แต่เมื่อนับถึงวันฟ้องแล้วไม่ครบ 10 ปี จำเลยจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์อีกแต่อย่างใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คมวุฒ บุรีธนวัต · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายนุกูลกิจ เศรษฐกิจนุกูล
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายธงชัย จันทร์วิรัช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 589/2553

จำเลยให้การว่า โจทก์มีคดีพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน โจทก์ได้ร่วมกันทำนิติกรรมฉ้อฉลโดยนำเอาเอกสารที่ยังไม่ได้กรอกข้อความใดๆ มาหลอกลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อโจทก์แจ้งข้อความเท็จว่า จะนำเอกสารดังกล่าวไปแสดงต่อเจ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5801/2552

จำเลยขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ อ. และ ล. บิดามารดาโจทก์โดยมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพราะจำเลยแจ้งว่าหากมีเงินจะมาขอซื้อคืนในภายหลัง แต่ทำสัญญาซื้อขายไว้พร้อมกับส่งมอบหนังสือร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6192/2540

ป.ได้ออกเงินชำระหนี้เงินกู้ของ ด.ให้ ช. ด.จึงยกที่พิพาทให้แก่ ป.ตั้งแต่ปี 2497 ต่อมา ป.ให้ ล.และจำเลยที่ 1 เช่าที่พิพาททำนาหลังจากนั้น ป.ขายที่พิพาทให้แก่โจทก์และได้ส่งมอบที่พิพาทให้โจทก์เข้าครอบครองท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3747/2538

การที่ ป. สามีผู้ร้องและผู้ร้องเข้าครอบครองที่ดินพิพาทตามสัญญาจะซื้อจะขายเป็นการยึดถือแทนหรือครอบครองโดยอาศัยสิทธิของผู้คัดค้านที่7ซึ่งเป็นผู้จะขายต่อมาผู้คัดค้านที่7ผิดสัญญาและ ป. ได้ยื่นฟ้องแล้วศาลม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5874/2538

ในการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่าง ถ.กับจำเลย จำเลยได้ชำระเงินแก่ ถ.เป็นจำนวนมากแล้ว ตามข้อตกลงระหว่าง ถ.กับจำเลยนั้นไม่ปรากฏว่าจะชำระเงินค่าที่ดินที่เหลือและจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทกันที่ไหน เมื่อใด หลังจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้