Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7400/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จะไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามมิให้นิติบุคคลเป็นผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีแทนบุคคลธรรมดาได้และนิติบุคคลที่จะเป็นตัวแทนฟ้องความแทนผู้อื่นตามที่ได้รับมอบหมายไม่จำต้องมีวัตถุประสงค์เป็นตัวแทนฟ้องความอีกต่างหากก็ตาม แต่ก็ต้องเป็นกรณีที่เรื่องเป็นความนั้นอยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลนั้นนิติบุคคลนั้นก็ย่อมเป็นตัวแทนฟ้องความตามที่ได้รับมอบอำนาจได้ ตามคำฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏเลยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นนิติบุคคลมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับโจทก์ แม้ในสำเนาหนังสือมอบอำนาจให้เป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนจะมีข้อความระบุว่า โจทก์มีอาชีพเป็นพนักงานรถไฟก็ตามแต่เมื่อไม่ปรากฏข้อความว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยผู้รับมอบอำนาจซึ่งเป็นนิติบุคคลมีขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ เกี่ยวกับการที่โจทก์ถูกจำเลยกระทำละเมิด นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 ไม่มีบทบัญญัติใดที่กำหนดให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอำนาจฟ้องคดีแทนบุคคลใด ๆ ได้เป็นส่วนตัว ดังนี้ เมื่อตามคำฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยกระทำละเมิดเป็นการเฉพาะตัวของโจทก์เอง มิได้เกี่ยวเนื่องกับกิจการที่อยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้แทนโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้มอบอำนาจให้การรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งมีนายเสมอเชาว์ไว ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการฟ้องคดีนี้แทนโจทก์ เมื่อวันที่ 2พฤษภาคม 2538 เวลาประมาณ 8 นาฬิกา โจทก์ได้นั่งโดยสารมากับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อมิตซูบิชิแลนเซอร์ คันหมายเลขทะเบียน ฉ-2063 กรุงเทพมหานคร (ป้ายแดง) ซึ่งมีจำเลยเป็นผู้ขับไปตามถนนสายเอเชียจากจังหวัดนครสวรรค์ มุ่งหน้าไปทางกรุงเทพมหานคร โดยมีภรรยาและบุตรของโจทก์ร่วมโดยสารไปด้วย ขณะที่รถยนต์แล่นอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 201-202 หมู่ที่ 8 ตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท จำเลยได้ขับรถยนต์โดยประมาทปราศจากความระมัดระวังอันควรมีตามวิสัยและพฤติการณ์แต่หาได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่

กล่าวคือ จำเลยได้ขับรถด้วยความเร็วสูงและห้ามล้อกะทันหันเป็นเหตุให้รถยนต์เสียหลักแฉลบลงข้างทางของถนนและพลิกจนเป็นเหตุให้โจทก์และภรรยาโจทก์ได้รับอันตรายสาหัส ส่วนบุตรโจทก์ได้เสียชีวิตทันที โจทก์ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์นครสวรรค์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เสียค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนเงิน 30,651 บาท และไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ากรุงเทพ-มหานคร เสียค่ารักษาพยาบาลอีกเป็นจำนวนเงิน 1,860 บาท รวมเป็นเงิน 32,511 บาท การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ และก่อให้โจทก์เสียหาย โจทก์เคยทวงถามจำเลยให้ชดใช้ค่าเสียหายแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายเป็นค่ารักษาพยาบาลแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

นับแต่วันละเมิดถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 34,949 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 32,511 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จสิ้นศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จะไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามมิให้นิติบุคคลเป็นผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีแทนบุคคลธรรมดาได้และนิติบุคคลที่จะเป็นตัวแทนฟ้องความแทนผู้อื่นตามที่ได้รับมอบหมายไม่จำต้องมีวัตถุประสงค์เป็นตัวแทนฟ้องความอีกต่างหากก็ตาม แต่ก็ต้องเป็นกรณีที่เรื่องเป็นความนั้นอยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลนั้น นิติบุคคลนั้นก็ย่อมเป็นตัวแทนฟ้องความตามที่ได้รับมอบอำนาจได้ตามคำฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏเลยว่า

การรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นนิติบุคคล มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับโจทก์ แม้ในสำเนาหนังสือมอบอำนาจให้เป็นโจทก์ฟ้องคดีแทน เอกสารหมาย จ.1 ท้ายคำฟ้องจะมีข้อความระบุว่า โจทก์มีอาชีพเป็นพนักงานรถไฟตำแหน่งพนักงานเตรียมข้อมูล 4 ฝ่ายระบบข้อมูล ก็ตาม ก็ไม่ปรากฏข้อความว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้รับมอบอำนาจซึ่งเป็นนิติบุคคลมีขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ เกี่ยวกับการที่โจทก์ถูกจำเลยกระทำละเมิดแต่ประการใดนอกจากนี้ ตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 มาตรา 6 และมาตรา 9 ก็ล้วนแต่กำหนดขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์เกี่ยวกับกิจการรถไฟโดยตรงและที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการของการรถไฟที่รับโอนมาทั้งสิ้น

ไม่มีบทบัญญัติใดที่กำหนดให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอำนาจฟ้องคดีแทนบุคคลใด ๆ ได้เป็นส่วนตัวข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยกระทำละเมิดเป็นการเฉพาะตัวของโจทก์เอง มิได้เกี่ยวเนื่องกับกิจการที่อยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นนิติบุคคลแต่อย่างใด การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้แทนโจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ระพินทร บรรจงศิลป · ชลอ บุณยเนตร · บุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้