Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7413/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ถูกกล่าวหายกข้อเท็จจริงขึ้นมาในชั้นฎีกาว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล และขอให้ศาลฎีกาพิพากษาปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นผิดไปนั้น เป็นที่เข้าใจได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากลับให้การปฏิเสธในชั้นฎีกา ข้ออ้างตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวจึงขัดกับคำให้การรับสารภาพและเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ผู้ถูกกล่าวหาถูกลงโทษผิดมรรยาททนายความตามพระราชบัญญัติทนายความฯ มาตรา 52(2) ที่ห้ามทำการเป็นทนายความภายในกำหนดเวลา ฉะนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาทำคำให้การให้จำเลย 1 ครั้งและว่าความในฐานะทนายความจำเลยอีก 3 ครั้งในการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นสำหรับคดีนี้ จึงเป็นการกระทำที่ปราศจากอำนาจพึงกระทำได้เพราะผู้ถูกกล่าวหายังไม่พ้นกำหนดห้ามทำการเป็นทนายความดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเสร็จเด็ดขาดในแต่ละครั้งที่ผู้ถูกกล่าวหากระทำ กรณีเป็นการกระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหลายกรรมต่างกัน มิใช่เป็นการกระทำต่อเนื่องกันซึ่งต้องลงโทษผู้ถูกกล่าวหาทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91และเมื่อความปรากฏต่อศาลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเช่นเดียวกันนี้อีกหลายคดี ศาลจึงมีอำนาจให้นับโทษของผู้ถูกกล่าวหาต่อจากคดีอื่นได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีฝิ่นอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 17, 69, 102 ก่อนเริ่มพิจารณาศาลชั้นต้นถามจำเลยว่ามีทนายความมาหรือไม่ จำเลยแถลงว่า ไม่มีและต้องการทนายความศาลชั้นต้นจึงมีหนังสือขอแรงผู้ถูกกล่าวหาให้เป็นทนายความจำเลย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2541 จำเลยแต่งตั้งให้ผู้ถูกกล่าวหาเป็นทนายความจำเลยต่อมาสภาทนายความมีหนังสือแจ้งให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหนองคายทราบว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2539 คณะกรรมการสภาทนายความมีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2539 ให้จำหน่ายชื่อผู้ถูกกล่าวหาออกจากทะเบียนทนายความเนื่องจากขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติทนายความพ.ศ. 2528 มาตรา 43 ศาลชั้นต้นจึงออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาไต่สวนในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1)

ประกอบมาตรา 33 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ให้ลงโทษ 4 กระทงจำคุกกระทงละ 1 วัน รวมจำคุก 4 วัน ให้นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของผู้ถูกกล่าวหาในคดีละเมิดอำนาจศาลคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1242/2538 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1551/2541 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1260/2541 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 1583/2540 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 364/2542 ของศาลชั้นต้นผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนผู้ถูกกล่าวหาฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาประการแรกว่าการที่ผู้ถูกกล่าวหายกข้อเท็จจริงต่าง ๆ ขึ้นมาในชั้นนี้แล้วอ้างว่าไม่ถือว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลแล้วขอให้ศาลฎีกาพิพากษาปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นผิดไปนั้นเป็นที่เข้าใจได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหากลับให้การปฏิเสธในชั้นฎีกา ข้ออ้างตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวจึงขัดกับคำให้การรับสารภาพผิดของผู้ถูกกล่าวหาฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 และเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ประการที่สองที่ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาว่าศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษเรียงกระทงและนับโทษต่อจากคดีอื่นนั้นไม่ถูกต้อง

เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาถูกลงโทษผิดมรรยาททนายความตามพระราชบัญญัติทนายความพ.ศ. 2528 มาตรา 52(2) ที่ว่าห้ามทำการเป็นทนายความ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาจะพ้นกำหนดห้ามทำการเป็นทนายความในวันที่ 23 มกราคม 2543 รายละเอียดปรากฏตามหนังสือของสภาทนายความ ซึ่งเก็บอยู่ในสำนวนสารบาญเก็บอันดับที่ 9 นั้น เป็นเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องห้ามว่าความในศาล หรือแต่งฟ้อง คำให้การ...ให้แก่บุคคลอื่น ตามที่พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528มาตรา 33 บัญญัติไว้ ฉะนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหามาทำคำให้การให้จำเลย1 ครั้ง และว่าความในฐานะทนายความจำเลยอีก 3 ครั้ง ในการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นสำหรับคดีนี้จึงเป็นการกระทำที่ปราศจากอำนาจพึงกระทำได้เพราะผู้ถูกกล่าวหายังไม่พ้นกำหนดห้ามทำการเป็นทนายความดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเสร็จเด็ดขาดในแต่ละครั้งที่ผู้ถูกกล่าวหากระทำ

กรณีเป็นการกระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหลายกรรมต่างกัน มิใช่เป็นการกระทำต่อเนื่องกัน ซึ่งต้องลงโทษผู้ถูกกล่าวหาทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และเมื่อความปรากฏต่อศาลจากการรายงานของนายวิโรจน์ ธารรักษ์ ซึ่งเป็นจ่าศาลจังหวัดหนองคายว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเช่นเดียวกันนี้อีกหลายคดี ปรากฏตามบันทึกข้อความเรื่องนายสุพล ชุมแวงวาปีกระทำการเป็นทนายความในคดีโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเก็บอยู่ในสำนวนสารบาญเก็บอันดับที่ 9 ศาลจึงมีอำนาจให้นับโทษของผู้ถูกกล่าวหาต่อจากคดีอื่นได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคหนึ่ง ประการสุดท้ายที่ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า

ผู้ถูกกล่าวหาเป็นทนายความรู้กฎหมายย่อมทราบดีถึงสถานภาพในการเป็นทนายความของตน ย่อมต้องตระหนักถึงการปฏิบัติตนในศาลอันเป็นสถานที่ที่สำคัญที่ผู้ถูกกล่าวหาใช้เป็นที่ประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนแต่กลับปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและศาล พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเช่นนี้จึงไม่มีเหตุอันควรปรานีที่จะรอการลงโทษได้ อีกทั้งยังเห็นว่าโทษที่ศาลชั้นต้นลงมานั้นเป็นคุณแก่ผู้ถูกกล่าวหาแล้วคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ดลจรัส รัตนโศภิต · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1398/2530

จำเลยหลอกลวงขอซื้อข้าวเปลือกจากโจทก์ร่วมโดยอ้างว่าตน มีเงินพอชำระค่าข้าวเปลือกได้ โจทก์ร่วมหลงเชื่อจึงมอบข้าวเปลือกที่ขายให้จำเลยไปในวันนั้น ต่อมาวันรุ่งขึ้นจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9889/2552

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ (ก) เมื่อระหว่างวันที่ 30 เมษายน 2547 ถึง 5 พฤษภาคม 2547 จำเลยกับพวกร่วมกันมีเฮโรอีน 30 แท่ง ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5281/2549

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี โดยผู้เสียหายที่ 2 ไม่ยินยอม จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 โดยผู้เสียหายที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2546

จำเลยได้รับแจ้งจาก ห. ว่าผู้เสียหายล่อลวง ห. ไปที่บังกะโลเพื่อล่วงเกินทางเพศ จำเลยโกรธแค้นจึงวางแผนให้ ห. โทรศัพท์ไปหลอกผู้เสียหายให้ออกจากบ้านไปหา ห.ที่จุดเกิดเหตุเพื่อทำร้ายสั่งสอนเป็นการแก้แค้นแทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2174/2545

คำสั่งของคณะกรรมการสภาทนายความที่ให้จำหน่ายชื่อผู้ถูกกล่าวหาออกจากทะเบียนทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 43 ย่อมมีผลให้ผู้ถูกกล่าวหาขาดจากการเป็นทนายความตามมาตรา 44 (4) ทันที แม้ผู้ถู…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้