Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยพบเด็กหญิงม.ที่ปากซอยนั้นจิตใจของเด็กหญิงม.กำลังอยู่ในภาวะว้าวุ้นสับสนจะกลับบ้านตามคำสั่งของโจทก์ร่วมก็ไม่อยากกลับเพราะกลัวจะถูกทำโทษครั้นจะไปที่อื่นก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนจึงบอกให้จำเลยพาไปที่ใดก็ได้สุดแล้วแต่ใจของจำเลยหากจำเลยไม่พาเด็กหญิงม.ไปเด็กหญิงม.อาจจะกลับไปบ้านก็ได้เมื่อโจทก์ร่วมออกมาดูเห็นจำเลยพาเด็กหญิงม. นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปซึ่งหากจำเลยไม่พาไปโจทก์ร่วมก็ต้องออกมาพบและพาเด็กหญิงม. กลับบ้านการที่จำเลยพาเด็กหญิงม.ไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนของจำเลยจึงเป็นการพรากเด็กหญิงม.ไปเสียจากอำนาจปกครองของบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา317วรรคแรก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา บิดาของผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคแรก จำคุก 3 ปี และปรับ 6,000 บาท คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่มาก มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือนและปรับ 3,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อนขณะกระทำผิดอยู่ในระหว่างศึกษาและตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวใหม่สักครั้ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ2 เดือนต่อครั้ง เป็นเวลา 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า บ้านของโจทก์ร่วมกับบ้านของบิดามารดาจำเลยอยู่ในซอยเดียวกันโดยอยู่ตรงกันข้าม โจทก์ร่วมเคยห้ามปรามจำเลยมิให้มายุ่งเกี่ยวกับเด็กหญิงม. บุตรของโจทก์ร่วมซึ่งมีอายุ 13 ปีเศษเมื่อวันที่8 กันยายน 2537 เวลาประมาณ 15 นาฬิกา ขณะจำเลยขับรถจักรยานยนต์พาเด็กหญิงม. จากโรงเรียนเพื่อไปส่งที่บ้านของโจทก์ร่วม พบกับโจทก์ร่วมและนางสมจิตรที่ปากซอยเข้าบ้าน โจทก์ร่วมเตือนจำเลยว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกับเด็กหญิง ม.อีกแล้วจำเลยขับรถจักรยานยนต์กลับไปบ้านของจำเลย โจทก์ร่วมบอกเด็กหญิงม.ให้กลับบ้าน จากนั้นโจทก์ร่วมกับนางสมจิตรกลับไปรออยู่ที่บ้านขณะเด็กหญิงม.เดินกลับบ้านเกิดกลัวขึ้นมาว่าจะถูกทำโทษจึงไม่กล้าเข้าบ้านแล้วเดินย้อนกลับไปทางปากซอยเมื่อไปถึงปากซอยก็พบจำเลยซึ่งขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปซื้อของเด็กหญิงม.

บอกจำเลยว่าไม่กล้ากลับบ้าน กลับจะถูกทำโทษ ให้พาไปที่ไหนก็ได้จำเลยจึงพาเด็กหญิงม. ไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนจำเลย ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อจำเลยออกมาพบเด็กหญิงม. ที่ปากซอยนั้น จิตใจของเด็กหญิงม. กำลังอยู่ในภาวะว้าวุ่นสับสน จะกลับบ้านตามคำสั่งของโจทก์ร่วมก็ไม่อยากกลับเพราะกลัวจะถูกทำโทษ ครั้นจะไปที่อื่นก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน จึงบอกให้จำเลยพาไปที่ใดก็ได้สุดแล้วแต่ใจของจำเลย หากจำเลยไม่พาเด็กหญิง ม. ไปเด็กหญิงม.อาจจะกลับไปบ้านก็ได้นอกจากนี้ยังได้ความตามคำเบิกความของโจทก์ร่วมว่าเมื่อโจทก์ร่วมออกมาดู เห็นจำเลยพาเด็กหญิงม. นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไป

ดังนั้นหากจำเลยไม่พาเด็กหญิงม. ไป โจทก์ร่วมก็ต้องออกมาพบเด็กหญิงม. และพาเด็กหญิงม. กลับบ้าน การที่จำเลยพาเด็กหญิงม. ไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนของจำเลย จึงเป็นการพรากเด็กหญิงม. ไปเสียจากอำนาจปกครองของบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคแรก คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย เต้พันธ์ · อร่าม หุตางกูร · สุนทร สิทธิเวชวิจิตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568

ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคหนึ่งและวรรคสามนั้น การพรากตามพจนานุกรมหมายถึง การทำให้จากไป การพาไปเสียจาก การทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2567

บิดามารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ซึ่งอำนาจปกครองเป็นอำนาจที่ผูกติดกับสถานะความเป็นบิดามารดาในความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างบิดามารดาและบุตร การที่บุคคลอื่นกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนอำนาจปกครองของบิดามารดา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2996/2566

แม้ได้ความจาก ส. เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เมื่อจำเลยมาชวนผู้เสียหายที่ 1 ไปดูโทรทัศน์ ผู้เสียหายที่ 1 ถามพยานว่าให้ผู้เสียหายที่ 1 ไปหรือไม่ ตอนแรกพยานไม่ยอมให้ไป เมื่อผู้เสียหายที่ 1 รบเร้าพยาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4798/2565

โจทก์ฟ้องจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบประกอบคำรับสารภาพเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยได้กระทำความผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2563

จำเลยเรียกผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กอายุ 14 ปีเศษ ให้เข้าไปเอาขนมในบ้าน จึงเป็นการกระทำโดยใช้ขนมมาล่อผู้เสียหายให้เข้าไปในบ้าน ถือเป็นกลอุบายส่วนหนึ่งเพื่อให้ได้ตัวผู้เสียหายมากระทำชำเรา และเมื่อผู้เสียหา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้