คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กล่าววาจาหมิ่นประมาทใส่ความนายประเสริฐ จองวิริยะวงศ์ ผู้เสียหาย ต่อนางสุเพ็ญประสิทธิพยงศ์ และประชาชนทั่วไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326, 328, 391, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519ข้อ 7, 8จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณานายประเสริฐ จองวิริยะวงศ์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ โดยพนักงานอัยการซึ่งอธิบดีกรมอัยการได้มอบหมายลงลายมือชื่อรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ก็หมายถึงยกฟ้องของโจทก์ร่วมด้วย เมื่อโจทก์ร่วมมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้น คดีของโจทก์ร่วมจึงยุติลงโจทก์ร่วมไม่มีสิทธิฎีกา แม้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จะอนุญาตให้ฎีกาได้ก็ตาม ฎีกาของโจทก์ร่วมเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายกฎีกาของโจทก์ร่วม