Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2479

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การคำนวณค่ารายปีจากทรัพย์ที่ให้เช่าไปนั้นแม้จะอาศัยค่าเช่าเป็นหลักในการคำนวณ ถ้าหากมีเหตุบ่งให้เห็นค่าเช่านั้นไม่ใช่จำนวนอันสมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ เจ้าพนักงานก็มีอำนาจแก้หรือคำนวณ ค่ารายปีเสียใหม่ได้ ในระหว่างที่ยังอุทธรณ์เรื่องเจ้าพนักงานเก็บค่าภาษีเกินไปนั้นผู้รับประเมินก็ยังต้องเสียค่าภาษีตามที่เรียกเก็บภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อโจทก์ไปเสียภาษีภายหลังเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เจ้าพนักงานย่อมมีสิทธิเรียกเก็บภาษีเพิ่มได้ตามมาตรา 43

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ได้ความว่าโจทก์มีโรงเลื่อยจักรแล้วให้ผู้อื่นเช่าไป ในการเสียค่าภาษีโรงเรือนแลที่ดิน โจทก์ได้ยื่นบัญชีแสดงค่าเช่ารายปีว่าเก็บค่าเช่าได้ ๒๒๗๕ บาท ซึ่งโจทก์ควรเสียค่าภาษีเพียง ๙๔ บาท ๗๙ สตางค์ แต่เจ้าพนักงานเรียกเก็บจากโจทก์เป็นเงิน ๒๘๕ บาท ๔๒ สตางค์ โจทก์จึงอุทธรณ์ต่อจำเลย ๆ เรียกเก็บภาษีจากโจทก์ ๒๔๒ บาท ๘๖ สตางค์ โดยคิดคำนวณค่ารายปีอันสมควรจะให้เช่าได้ในปีนั้นเป็นเงิน ๕๘๒๘ บาท ๕๗ สตางค์ เมื่อโจทก์นำค่าภาษี ๒๔๒ บาท ๘๖ สตางค์ไปเสีย โจทก์ถูกปรับอีก ๒๔ บาท ๒๙ สตางค์เพราะโจทก์ไม่นำไปเสียภายใน ๙๐ วัน โจทก์จึงฟ้องจำเลยเรียกเงินคืนที่เกินไป ๑๗๒ บาท ๓๖ สตางค์ ศาลล่างทั้ง ๒พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์แปลความใน ม.๘ แห่งพ.ร.บ.ภาษีโรงเรือน ฯ ผิดความประสงค์ของกฎหมายความจริงโจทก์ควรเสียค่าภาษีตามสวนค่ารายปีที่โจทก์ได้รับ แลว่าโจทก์ไม่ควรต้องเสียค่าปรับเพราะเป็นความล่าช้าของกรมสรรพากรที่พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ล่าช้าไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์แปลกฎหมายถูกต้องแล้ว เพราะตอนท้ายของมาตรา ๘ ได้ให้อำนาจเจ้าพนักงานที่จะแก้ไขหรือคำนวณค่ารายปีใหม่ ถ้ามีเหตุทำให้เห็นว่าค่าเช่านั้นไม่ใช่จำนวนเงินที่ควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ส่วนข้อที่โจทก์ว่าไม่ควรต้องเสียค่าปรับนั้น เห็นว่าไม่มีบทบัญญัติใดในพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนแลที่ดินให้ทุเลาการชำระค่าภาษีในระหว่างอุทธรณ์ เมื่อโจทก์เสียค่าภาษีช้ากว่า ๙๐ วันตามมาตรา ๓๘ เจ้าพนักงานก็มีอำนาจเพิ่มค่าภาษีขึ้นได้ตามมาตรา ๔๓

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดูปลาตร์ · วิกรม · อิศร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้