Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7488/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ ส. มารดาของผู้ตาย และเป็นยายของเด็กชาย ก. ผู้ตาย เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการเฉพาะความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนักและไม่รอการลงโทษในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษของจำเลยในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุตามที่โจทก์ร่วมอุทธรณ์ จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยถือว่าโทษของจำเลยในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ , ๗๘ , ๑๕๗ , ๑๖๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ , ๒๙๑

จำเลยให้การรับสารภาพ

ระหว่างพิจารณา นาง ส. มารดาของนาง พ. ผู้ตาย และเป็นยายของเด็กชาย ถ. ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๒ ปี ๒ เดือน ปรับ ๑๖,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๑ เดือน ปรับ ๘,๐๐๐ บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี คุมความประพฤติไว้ ๒ ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ๔ เดือน ต่อครั้ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐

โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานหนักและไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ลงโทษปรับ ไม่รอการลงโทษ ไม่คุมความประพฤติ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นาง ส. มารดาของนาง พ. ผู้ตาย และเป็นยายของเด็กชาย ถ. ผู้ตาย เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ เท่านั้น โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนักและไม่รอการลงโทษในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๘ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้โทษของจำเลยในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุเป็นไม่ลงโทษปรับ ไม่รอการลงโทษและไม่คุมความประพฤติตามที่โจทก์ร่วมอุทธรณ์ จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยถือว่าโทษของจำเลยในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

คดีคงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงประการเดียวว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยขับรถกระบะด้วยความเร็วและแซงรถคันที่แล่นอยู่ข้างหน้าทันทีล้ำเข้าไปในทางเดินรถสวน เป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่นาง พ. ขับสวนทางมาในทางเดินรถของรถจักรยานยนต์ นาง พ. และเด็กชาย ถ. คนซ้อนท้ายถึงแก่ความตาย ถือว่า จำเลยขับรถด้วยความประมาทเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น หลังเกิดเหตุจำเลยหลบหนีไป แสดงถึงการขาดความรับผิดชอบและไร้มนุษยธรรมตามพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง แม้ได้ความว่าจำเลยทำบันทึกข้อตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ เป็นเงิน ๓๒๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมตามสัญญาโดยจำเลยนำเงินมาวางศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓ เพื่อให้โจทก์ร่วมรับไปเป็นเงินจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาท

จากนั้นก็ไม่ชำระอีก แสดงถึงการขาดความรับผิดชอบและไม่ขวนขวายที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วม จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ไม่รอการลงโทษจำคุกและไม่ลงโทษปรับจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า โทษในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรพินท์ เศรษฐมานิต · อภิชาต สุขัคคานนท์ · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดระยอง - นายพรชัย เอื้อวิริยวงศ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธนพจน์ อารยลักษณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9555/2554

พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา โดยได้บัญญัติถึงวิธีการและลักษณะการกู้ยืมในกรณีเช่นนี้ไว้ รวมถึงการปราบปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2545

โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ 1 เป็นผู้เสียหายเฉพาะข้อหาบุกรุกมิได้เป็นผู้เสียหายในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายที่ 2 ดังนั้น แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ร่วมเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6306/2545

ผู้เสียหายอายุ 17 ปีเศษ เป็นบุตรของโจทก์ร่วมกับ ส. แต่โจทก์ร่วมกับ ส. มิได้จดทะเบียนสมรสกัน ผู้เสียหายจึงมิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ร่วมเมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมได้จดทะเบียนว่าผู้เสียหายเป็นบุตร โจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7241/2544

เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้ในครั้งแรก ก็แสดงว่าศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหาย สามารถดำเนินคดีแก่จำเลยโดยอาศัยสิทธิตามฟ้องของพนักงานอัยการเสมือนโจทก์ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6744/2544

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364,365 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้