Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินข้อ 8 ระบุว่า "ผู้จะขายและผู้จะซื้อต่างฝ่ายต่างได้รับรองไว้ต่อกันว่าจะไม่ทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเกิดการเสียหายเป็นอันขาด และถ้ามี เหตุการณ์ ที่ต้องขอความร่วมมือซึ่งกันและกันแล้ว ทั้งผู้จะขายและผู้จะซื้อยินดีร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนกว่าการปลูกสร้างจะแล้วเสร็จบริบูรณ์" โจทก์ก่อสร้างตึกแถวพิพาทยังไม่เสร็จ แต่โจทก์ยื่นคำร้องขอเลขบ้านตึกแถวพิพาทซึ่งผู้ใหญ่บ้านไม่ออกให้เพราะผิดระเบียบถึงแม้จำเลยเจ้าของที่ดินจะเป็นผู้ยื่นคำร้องก็ไม่สามารถจะออกเลขบ้านตึกแถวพิพาทได้การที่จำเลยไม่ยื่นคำร้องขอเลขบ้านตึกแถวพิพาทเพื่อโจทก์จะได้ขอติดตั้งน้ำประปาและไฟฟ้าเพื่อจะได้ทำการก่อสร้างต่อไป จำเลยจึงไม่ผิดสัญญา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดโจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 11392, 4296, 4289 ตำบลพยุหะ อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ กับจำเลย เพื่อก่อสร้างตึกแถวขายพร้อมด้วยที่ดิน โดยจำเลยจะไปยื่นคำขอแบ่งแยกโฉนดที่ดินออกเป็นแปลง ๆ ตามแผนผังที่จะทำการก่อสร้าง กำหนดชำระเงินในวันไปทำนิติกรรมโอนขายให้แก่ผู้ซื้อทุก ๆ รายจนกว่าจะครบตามโครงการและจำเลยสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือโจทก์จนกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ภายหลังทำสัญญาแล้วโจทก์ได้ทำสัญญาจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดวันไทยก่อสร้างให้ทำการก่อสร้างตึกแถว ต่อมาผู้รับจ้างได้ก่อสร้างตึกแถวชุดแรกจำนวน 12 ห้อง เสร็จไปร้อยละ 90 งานส่วนที่เหลือจะต้องมีการยื่นคำขอติดตั้งน้ำประปาและไฟฟ้าต่อการประปาสุขาภิบาลและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอพยุหะคีรีด้วย แต่การยื่นคำขอจะต้องระบุเลขบ้านที่ทำการก่อสร้าง

ทางการประปาและการไฟฟ้า จึงจะดำเนินการให้ได้ ในส่วนของการขอเลขบ้านจะต้องให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินลงชื่อในคำร้อง นายทะเบียนท้องถิ่นจึงจะอนุญาตโจทก์พยายามติดต่อกับจำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ดำเนินการให้ โจทก์จึงให้หยุดการก่อสร้างตึกแถวทั้งหมดไว้ก่อน จำเลยได้เข้าครอบครองสถานที่ก่อสร้างของโจทก์และทำการก่อสร้างต่อเติมตึกแถวทั้ง 12 ห้อง จากที่โจทก์สร้างไว้แล้ว โจทก์ให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยให้หยุดการกระทำดังกล่าวเสีย แต่จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้บังคับจำเลยให้เซ็นชื่อในคำร้องขอติดเลขบ้านสร้างใหม่จำนวน12 ห้อง ให้โจทก์ และให้จำเลยไปยื่นคำร้องขอแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 4289 หรือ4296 หรือ 11392 ตำบลพยุหะ

อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ออกเป็นแปลง ๆตามจำนวนเนื้อที่ดินที่ทำการก่อสร้างตึกแถว 12 ห้อง เว้นที่ว่างไว้เป็นทางฉุกเฉิน ห่างตัวตึกแถวด้านหลังประมาณ 3 เมตร ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับห้ามจำเลยมิให้เข้าไปรบกวนขัดขวางการจัดการขายตึกแถวพร้อมที่ดินทั้ง 12 ห้อง ตลอดไปจนกว่าโจทก์จะจัดการจำหน่ายจ่ายโอนเสร็จ

จำเลยให้การว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับโจทก์จริง จำเลยได้ปฏิบัติตามสัญญาโดยได้ไปยื่นคำร้องขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินตามสัญญาแล้ว แต่โจทก์เองเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ทำแบบแปลนแผนผังปลูกสร้างอาคารให้สมบูรณ์ ไม่นำแบบแปลนไปยื่นประกอบคำขอแบ่งแยกที่ดิน ทั้งไม่ยอมวางเงินค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดินต่อทางสำนักงานที่ดิน ตึกแถวจำนวน 12 ห้องที่โจทก์อ้างว่าได้ทำการก่อสร้างจวนจะเสร็จแล้วนั้น ความจริงโจทก์เพียงแต่ลงฐานราก เทเสา คาน และก่ออิฐผนังห้องขึ้นบางส่วนเท่านั้น โจทก์ทำการก่อสร้างคิดเป็นปริมาณงานเพียงร้อยละ25 แล้วทิ้งงานไป โจทก์ไม่เคยนำคำร้องขอเลขบ้านไปให้จำเลยลงชื่อ จำเลยได้มีหนังสือบอกกล่าวให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญาหลายครั้งแล้ว แต่โจทก์เพิกเฉย จำเลยจึงได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์ เมื่อสัญญาเลิกกันแล้วโจทก์ไม่อาจฟ้องบังคับตามสัญญาจะซื้อจะขายได้อีก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อที่ดินของจำเลยรวม 3 แปลง เพื่อก่อสร้างศูนย์การค้า โจทก์ได้ทำสัญญากับห้างหุ้นส่วนจำกัดวันไทยก่อสร้างให้เป็นผู้ก่อสร้างตึกแถว 12 ห้อง บนที่ดินของจำเลยดังกล่าว และห้างหุ้นส่วนจำกัดวันไทยก่อสร้างได้ก่อสร้างตึกแถว 12 ห้องไปบางส่วนแล้วหยุดก่อสร้าง มีปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยไม่ยอมจัดการขอเลขบ้านตึกแถวพิพาทจำนวน 12 ห้อง ให้โจทก์ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญานั้นจริงหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินระหว่างโจทก์จำเลย ข้อแปด ระบุว่าผู้จะขายและผู้จะซื้อต่างฝ่ายต่างได้รับรองไว้ต่อกันว่า จะไม่ทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเกิดการเสียหายเป็นอันขาด และถ้ามีเหตุการณืที่ต้องขอความร่วมมือซึ่งกันและกันแล้วทั้งผู้จะขายและผู้จะซื้อก็ยินดีร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนกว่าการปลูกสร้างจะแล้วเสร็จบริบูรณ์

โจทก์ก่อสร้างตึกแถวพิพาทยังไม่เสร็จ แต่โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเลขบ้านตึกแถวพิพาท ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านไม่รับรอง เพราะตึกแถวพิพาทยังสร้างไม่เสร็จ ถึงแม้จำเลยเจ้าของที่ดินจะเป็นผู้ยื่นคำร้องในขณะนั้นก็ไม่สามารถจะออกเลขบ้านตึกแถวพิพาทได้เช่นกัน การที่จำเลยไม่ยื่นคำร้องขอเลขบ้านตึกแถวพิพาทเพื่อโจทก์จะได้ขอติดตั้งน้ำประปาและไฟฟ้าเพื่อจะได้ทำการก่อสร้างต่อไปได้นั้นไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาตามคำฟ้องของโจทก์ ทั้งตามสัญญาว่าจ้างและรับจ้างเหมาปลูกสร้างตึกแถวอาคารพาณิชย์ระหว่างโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดวันไทยก่อสร้าง ข้อที่สี่ว่า งานติดตั้งแป๊ปน้ำประปา ติดตั้งสายไฟฟ้าเป็นงานงวดที่ 3 ที่ผู้รับจ้างจะต้องทำการที่โจทก์ก่อสร้างตึกแถวพิพาท 12 ห้องยังไม่แล้วเสร็จ และหยุดก่อสร้างต่อไป จึงเป็นความผิดของโจทก์เอง โจทก์จะฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้เซ็นชื่อในคำร้องขอเลขบ้านตึกแถวพิพาทจำนวน 12 ห้องให้โจทก์ตามฟ้องไม่ได้ เพราะจำเลยไม่ใช่ฝ่ายผิดสัญญาดังกล่าว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2567

บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าระบุสินสมรสที่ตกลงยกให้โจทก์เพียงบ้านเลขที่ 109/4 โดยไม่ได้กล่าวถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 อันเป็นที่ตั้งของบ้านดังกล่าว แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยแบ่งที่ดังกล่าวอั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3416/2566

การตีความสัญญาต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 คือต้องถือหลักตามความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายจะถือเอาเจตนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียวไม่ได้ นอกจากนี้ กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3031/2566

ข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างโจทก์และจำเลยภายหลังหย่าเป็นความตกลงระงับข้อพิพาทที่โจทก์และจำเลยไม่อาจรักษาสถานภาพของการสมรสที่มีต่อกันไว้ได้ด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน เป็นสัญญาอย่างหนึ่งที่ต้องตีความไปต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3281/2562

สัญญาตัวแทนตามคำฟ้องเป็นสัญญาระหว่างโจทก์ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยกับจำเลยซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี การที่คู่สัญญาตกลงกันให้นำข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากสั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้