คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้ง ๔ ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนฐานะละเมิดโดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ได้ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้สามีและบิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย จำเลยต่างต่อสู้ปฏิเสธความรับผิดและว่าโจทก์จะฟ้องจำเลยทั้งหมดให้ร่วมกันรับผิดไม่ได้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่ากรณีนี้ในคดีอาญาศาลได้พิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ ขับรถชนกันทำให้คนตายโดยประมาท แล้วจำเลยที่ ๑,๓ ซึ่งเป็นนายจ้างย่อมต้องรับผิดร่วมด้วยศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยที่ ๑,๒ รับผิดต่อโ่จทก์ ๒ ส่วน และจำเลยที่ ๓,๔ รับผิด + ส่วนจากจำนวนค่าเสียหายทั้งสิ้น ๓๖,๓๒๐ บาท ฯลฯ จำเลยทั้ง ๔ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้ง ๔ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าความเสียหายอันเกิดจากการละเมิดนั้นอาจเกิดจากหลายคนกระทำละเมิดได้ จำเลยที่ ๑,๓ เป็นนายจ้างต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๒,๔ ตาม ม.๔๒ โจทก์เป็นภรรยาและบุตรซึ่งอยู่ในความอุปการะของผู้ตายจึงมีประโยชน์ร่วมกันในคดีย่อมเป็นโจทก์ร่วมกันได้ตาม วิ.แพ่ง ม. ๕๙ ฝ่ายจำเลยทั้ง ๔ แม้จะมิได้มีประโยชน์ร่วมกันแต่ก็ต้องรับผิดในความเสียหายอันเดียวกัน จึงอาจถูกต้องเป็นจำเลยร่วมกันได้ตาม ม. ๔๓๘ วรรคต้นให้ศาลมีอำนาจวินิจฉัยว่าสินไหมทดแทนได้ตามพฤติการณ์และความร้ายแรง ฉนั้นเมื่อคดีอาญาศาลวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๒ ประมาทยิ่งกว่าจำเลยที่ ๔ ลงโทษจำเลยที่ ๒ หนักกว่าจำเลยที่ ๔ คดีนี้ศาลล่างกำหนดให้จำเลยที่ ๑,๒ รับผิดใ่ช้ค่าทดแทนหนักกว่าจำเลยที่ ๓,๔ จึงชอบแล้ว
ส่วนที่จำเลยคัดค้านว่าศาลให้จำเลยใช้ค่าธรรมเนียมค่าขึ้นศาลเกินกว่าที่จำเลยรับผิดนั้นเห็นว่าการเรียกร้องค่าทดแทนเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น ยากที่จะเรียกให้ถูกต้อง คดีไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้แกล้งเรียก ที่ศาลล่างให้จำเลยใช้ค่าธรรมเนียมทั้งหมดแทนโ่จทก์จึงชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน