Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7513/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งสามแล้วให้ลงชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมให้จำเลยที่4และที่5ออกจากที่พิพาทและใช้ค่าเสียหายจึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกามีไม่เกิน200,000บาทจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา248วรรคหนึ่งจำเลยที่2ที่4และที่5ฎีกาว่าจำเลยที่2รับโอนที่พิพาทจากจำเลยที่1โดยสุจริตเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามกับจำเลยที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยที่ 1 ตกลงให้โจทก์ทั้งสามถือกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินโฉนดเลขที่ 3503 ตำบลหนองกระเจ็ดอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวาและจำเลยที่ 1 จะไปไถ่ถอนจำนองจากจำเลยที่ 2 ภายใน 3 เดือนแล้วจะนัดให้โจทก์ทั้งสามไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดิน โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 2ทราบว่าโจทก์ทั้งสามมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวเนื้อที่ 3 ไร่ 3 วา 82 ตารางวา ตามคำพิพากษาและขอรับโฉนดไปจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 3 ไม่ส่งมอบให้ อ้างว่าต้องประชุมกรรมการบริหารของจำเลยที่ 2 ก่อนและแจ้งว่าจำเลยที่ 1 ยังไม่มาไถ่ถอนจำนอง วันที่ 12 มีนาคม 2530 จำเลยที่ 1 โอนที่ดินดังกล่าวทั้งแปลงให้จำเลยที่ 2 โจทก์ทั้งสามบอกกล่าวให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ระงับการจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นแต่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ได้สมคบกันขายที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นพี่สาวและพี่เขยของจำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ติดต่อให้จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการจำเลยที่ 2 เพื่อให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ซื้อคืนจากจำเลยที่ 2ในราคา88,285 บาท

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ทราบดีอยู่แล้วว่าโจทก์ทั้งสามมีกรรมสิทธิ์อยู่บางส่วน ราคาที่ซื้อขายก็ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด จำเลยที่ 4 และที่ 5 ได้ห้ามโจทก์ทั้งสามเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสามขาดประโยชน์จากการทำมาหากินในที่ดินดังกล่าวปีละ 5,000 บาท ขอศาลพิพากษาให้สำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีเพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3503 ตำบลหนองกระเจ็ด อำเภอบ้านลาดจังหวัดเพชรบุรี ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ซึ่งทำเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2530 เฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งสาม เนื้อที่ 3 ไร่3 งาน 82 ตารางวา แล้วให้ลงชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 724/2525 ของศาลชั้นต้นและให้เพิกถอนการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 4 และที่ 5 ที่ทำเมื่อวันที่15 พฤษภาคม 2530 เพราะเนื้อที่จำนวน 3 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวาของโจทก์ทั้งสาม กับให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ออกจากที่ดินส่วนที่เป็นของโจทก์ทั้งสาม และให้ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน5,000 บาท กับค่าเสียหายอีกปีละ 5,000 บาท

นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 4 และที่ 5 จะส่งมอบที่ดินคืนแก่โจทก์ทั้งสามจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมจำเลยที่ 1 เคยกู้เงินจำเลยที่ 2 โดยจำนองที่พิพาทเป็นประกันจำเลยที่ 2 ให้โอกาสจำเลยที่ 1 หลายปี ในที่สุดได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินชำระหนี้จำเลยที่ 2 ไม่ทราบเรื่องว่าโจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 1 และได้ทำยอมกันทั้งเป็นเรื่องระหว่างโจทก์ทั้งสามกับจำเลยที่ 1 ไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 2 การปฏิบัติการของจำเลยที่ 2 เป็นไปตามระเบียบและมีขั้นตอนโดยสุจริตและตามระเบียบของจำเลยที่ 2 เมื่อมีญาติลูกหนี้ซึ่งโอนที่ดินชำระหนี้มาขอซื้อที่ดินคืน จำเลยที่ 2 ก็ต้องขายคืนในราคาที่ใกล้เคียงกับราคาที่ได้กรรมสิทธิ์มาจำเลยที่ 3 มีฐานะเป็นเพียงผู้ประสานงานระหว่างกรรมการสหกรณ์กับลูกค้าไม่มีอำนาจโดยตรงที่จะระงับการโอนที่ดินแปลงดังกล่าว

ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 2 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ภาระตามสัญญายอมในคดีแพ่งดังกล่าวเป็นเรื่องของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่เรื่องทรัพย์พิพาท จำเลยที่ 4 และที่ 5 หาต้องรับผิดชอบไม่ ที่พิพาทมีสภาพเป็นไร่ร้างอยู่ห่างถนน ราคาประเมินไร่ละไม่เกิน 8,000 บาท จำเลยที่ 4 และที่ 5 ซื้อที่พิพาทในราคาปกติและซื้อในฐานะญาติของลูกหนี้จำเลยที่ 2 ที่ขอซื้อคืน จำเลยที่ 2 ได้ปฏิบัติไปตามระเบียบของจำเลยที่ 2 โจทก์เรียกค่าเสียหายปีละ 5,000 บาท นั้นเกินความจริง เพราะที่ดินเนื้อที่ 3 ไร่ ใช้ปลูกกล้วยจะมีรายได้ไม่เกินปีละ 1,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3503 ตำบลหนองกระเจ็ดอำเภอบ้านลาด

จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2530ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม2530 ระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 4 และที่ 5 เฉพาะส่วนที่เป็นสิทธิของโจทก์ทั้งสาม เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวาตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดเพชรบุรี คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 724/2525ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ออกไปจากที่พิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์ทั้งสามและชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามเป็นเงิน 5,000 บาทกับค่าเสียหายอีกปีละ 5,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 4 และที่ 5 จะออกไปจากที่พิพาทจำเลย ที่ 2 ที่ 4 และ ที่ 5 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลย ที่ 2 ที่ 4 และ ที่ 5 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งสามแล้วให้ลงชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ออกจากที่พิพาทและใช้ค่าเสียหาย จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกามีไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 รับโอนที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริต เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ เป็นประเด็นข้อพิพาทที่ยุติตามคำสั่งศาลชั้นต้น และเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายก ฎีกา จำเลย ที่ 2 ที่ 4 และ ที่ 5

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้