Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินจากจำเลยและได้ชำระค่าเช่าซื้อบางส่วนให้จำเลยแล้วต่อมาโจทก์จำเลยแสดงเจตนาเลิกสัญญากันและเป็นผลให้โจทก์จำเลยกลับคืนสู่ฐานะเดิม ดังนี้ จำเลยจึงต้องคืนเงินค่าเช่าซื้อที่ได้รับไว้ให้โจทก์รวมทั้งดอกเบี้ยของเงินดังกล่าวด้วยโดยคิดตั้งแต่เวลาที่รับเงินนั้นไว้ในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 ประกอบด้วย มาตรา 391 แม้โจทก์จะมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยโดยคิดตั้งแต่เวลาที่จำเลบรับเงินไว้แต่เมื่อโจทก์ฎีกาขอดอกเบี้ยมาเพียงนับแต่วันพ้นกำหนดคำบอกกล่าวให้คืนเงินค่าเช่าซื้อเท่านั้น ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้ได้เท่าที่ขอ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินจากจำเลย 3 แปลง ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้แล้ว 38,200 บาท ต่อมาจำเลยไม่ยอมรับค่าเช่าซื้อจากโจทก์ ทั้งปฏิบัติผิดสัญญาอีกหลายประการ โจทก์จึงให้ทนายความบอกเลิกสัญญากับจำเลยและให้จำเลยคืนเงินค่าที่ดินแต่จำเลยไม่จัดการอย่างไร จึงขอให้จำเลยร่วมกันคืนเงิน 38,200 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่จำเลยผิดสัญญาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อติดต่อกัน 3 งวด จำเลยที่ 1 ไม่ต้องคืนเงินค่าเช่าซื้อให้โจทก์ และจำเลยที่ 2 มิได้มีนิติสัมพันธ์เป็นส่วนตัวกับโจทก์จึงไม่ต้องรับผิดจำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินกับโจทก์ในฐานะตัวแทนกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ศาลชั้นต้นฟังว่า

โจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่มีฝ่ายใดผิดสัญญา แต่ตามพฤติการณ์ของทั้งสองฝ่ายเป็นการแสดงเจตนาว่าจะเลิกสัญญา สัญญาเช่าซื้อจึงเป็นอันเลิกกันจำเลยที่ 1 ต้องคืนเงินค่าเช่าซื้อ 38,200 บาทให้โจทก์ และต้องเสียดอกเบี้ยนับจากเดือนที่จำเลยที่ 1 ทราบถึงการบอกเลิกสัญญาให้โจทก์ด้วย จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดด้วยส่วนจำเลยที่ 3 ไม่ได้เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ที่ 2 พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2ร่วมกันชำระเงิน 38,200 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่เดือนสิงหาคม 2515 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันคืนเฉพาะเงิน38,200 บาท ให้โจทก์โดยไม่ต้องชำระดอกเบี้ย

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายว่า เมื่อคู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิม โจทก์ได้บอกกล่าวกำหนดเวลาให้จำเลยส่งคืนเงินค่าเช่าซื้อจำเลยเพิกเฉย จำเลยจะต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันพ้นกำหนดหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลล่างวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยแสดงเจตนาเลิกสัญญากันและเป็นผลให้โจทก์จำเลยกลับคืนสู่ฐานะเดิม เห็นว่า จำเลยต้องคืนค่าเช่าซื้อ 38,200 บาท ให้โจทก์รวมทั้งดอกเบี้ยของเงินดังกล่าวด้วยโดยคิดตั้งแต่เวลาที่รับเงินนั้นไว้ในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 ประกอบด้วยมาตรา 391 แต่โจทก์ฎีกาขอมาเพียงนับแต่วันพ้นกำหนดตามคำบอกกล่าวให้คืนเงินค่าเช่าซื้อเท่านั้น

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้ได้เท่าที่ขอพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันใช้ดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิทยา มงคล · คมกริช นุรักษ์ · สมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2545

ทรัพย์สินที่ซื้อขายโดยมีเงื่อนไขจะโอนกรรมสิทธิ์กันนั้นผู้ขายอาจนำทรัพย์สินที่จะมีกรรมสิทธิ์ในอนาคตออกขายล่วงหน้าได้ฉะนั้น เมื่อจำเลยตกลงทำสัญญาซื้อขายรถยนต์คันพิพาทกับโจทก์โดยมีเงื่อนไขว่าโจทก์จะโอนกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5225/2561

เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาและจำเลยทั้งสองบอกเลิกสัญญาแล้ว สัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการเป็นอันเลิกกัน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ส่วนเงินอันจะต้องใช้คืน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7994/2561

เมื่องานที่โจทก์ทำให้จำเลยชำรุดบกพร่อง โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยชำระหนี้นั้น ถูกต้องแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยังคงต้องวินิจฉัยให้จำเลยชำระค่าการงานที่ได้ทำใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4912/2554

การที่โจทก์กับจำเลยทั้งสองตกลงทำสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันโดยมิได้ฝ่าฝืนอำนาจของเจ้าของทรัพย์ที่เช่าซื้อ แม้โจทก์ที่เป็นฝ่ายผู้ให้เช่าซื้อจะไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ที่เช่าซื้ออันเป็นการแตกต่างกับบทบัญญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5352/2553

ในโครงการอาคารชุด ร. จำเลยจัดทำภาพจำลองอาคารและแผ่นโฆษณาระบุว่าจำเลยจะก่อสร้างอาคารศูนย์สรรพสินค้าขนาดใหญ่ติดกับอาคารชุด โดยมีสระน้ำขนาดใหญ่บนอาคารจอดรถของอาคารชุดเพื่อจูงใจลูกค้าให้ซื้อห้องชุดในโครงก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้