Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามธรรมดาบุคคลย่อมตั้งตัวแทนทำแทนตนได้เสมอ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษทำนองว่า ให้ต้องกระทำด้วยตนเอง หรือตามสภาพไม่เปิดช่องให้มอบหมายจัดการแทนกันได้ เรื่องร้องทุกข์ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 3 และ 5 นั้น มิใช่หมายความว่า ห้ามขาดไม่ให้มีการมอบอำนาจกัน เป็นแต่บัญญัติให้บุคคลดังกล่าวในมาตรา 5 มีอำนาจกระทำกิจการที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 3 โดยไม่ต้องมีการมอบอำนาจซึ่งกันและกัน ส่วนกิจการในมาตรา 3 กิจการใดจะมอบอำนาจกันได้หรือไม่ ต้องเป็นไปตามหลักธรรมดา สุดแต่ว่า กรณีใดมีกฎหมายห้าม หรือเป็นกรณีตามสภาพต้องกระทำเองหรือไม่ เรื่องร้องทุกข์ไม่มีกฎหมายบังคับว่า ต้องกระทำด้วยตนเอง และตามสภาพของการร้องทุกข์ก็เป็นเรื่องเปิดช่องให้จัดการแทนกันได้ การร้องทุกข์จึงมอบอำนาจให้ร้องแทนกันได้ หนังสือถึงพนักงานสอบสวน ซึ่งมีข้อความว่า "เนื่องด้วยธนาคารมีเรื่องบางอย่างที่ต้องแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจแต่เนื่องจากข้าพเจ้า (กรรมการผู้จัดการนิติบุคคล) มีกิจจำเป็นไม่สามารถมาแจ้งความด้วยตนเองได้ โดยหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้าขอมอบอำนาจให้นายสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ของธนาคาร เป็นผู้แจ้งความแทนข้าพเจ้า และข้าพเจ้าขอรับรองผิดชอบในการที่นายสุรินทร์ปฏิบัติแทนข้าพเจ้า" และลงชื่อกรรมการผู้จัดการนิติบุคคลนั้น ถือว่า ไม่ใช่คำร้องทุกข์ โดยตนเองตามป.วิ.อ. มาตรา 123 จะว่าเป็นการมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ก็ไม่ถนัด เพราะการแจ้งความนั้น อาจเป็นการร้องทุกข์ก็ได้ ไม่ใช่ก็ได้ และก็ไม่มีข้อความให้เห็นว่า ให้มาแจ้งความเรื่องอะไร อันจะพอวินิจฉัยได้ว่าเป็นการมอบให้มาร้องทุกข์ ถือไม่ได้ว่าเป็นเอกสารมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 11/2502)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันยักยอกทรัพย์ของธนาคารเอเชีย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๓๑๔, ๓๑๙, ๖๓, ๖๕ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำเลยทั้งสองปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดฐานยักยอกตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๑๔ ให้จำคุกจำเลยคนละ ๒ ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลดโทษจำเลยที่ ๒ เหลือ ๑ ปี ๔ เดือน ในปัญหาเรื่องการร้องทุกข์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นการร้องทุกข์ ตาม ป.วิ.อ. แล้ว จำเลยทั้งสองฎีกาว่า กรรมการผู้จัดการธนาคารต้องร้องทุกข์ด้วยตนเอง จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทนไม่ได้ ศาลฎีกา โดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ตามธรรมดาบุคคลย่อมตั้งตัวแทนทำแทนตานได้เสมอ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษทำนองว่า ให้ต้องกระทำด้วยตนเอง หรือตามสภาพไม่เปิดช่องให้มอบหมายจัดการแทนกันได้ เรื่องร้องทุกข์มีบัญญัติอยู่ใน ป.วิ.อ. มาตรา ๓ และ ๕ แต่ความใน ๒ มาตรานี้ มิใช่หมายความว่า ห้ามขาดไม่ให้มีการมอบอำนาจกันเป็นแต่บัญญัติให้บุคคลดังกล่าวในมาตรา ๕ มีอำนาจกระทำกิจการตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๓ โดยไม่ต้องมีการมอบอำนาจซึ่งกันและกัน

ส่วนกิจการใน มาตรา ๓ กิจการใดจะมอบอำนาจกันได้หรือไม่ต้องเป็นไปตามหลักธรรมดาสุดแต่ว่ากรณีใดมีกฎหมายห้ามหรือเป็นกรณีตามสภาพต้องกระทำเองหรือไม่ เรื่องร้องทุกข์ไม่มีกฎหมายบังคับว่า ต้องกระทำด้วยตนเอง และตามสภาพ ของการร้องทุกข์ก็เป็นเรื่องเปิดช่องให้จัดการแทนกันได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้ว ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จึงลงมติว่า การร้องทุกข์นั้น มอบอำนาจให้ร้องแทนกันได้ แต่ในคดีนี้ หนังสือที่ว่ามอบอำนาจนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตัวเอกสารนี้ไม่ใช่คำร้องทุกข์โดยตนเองตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๓ จะว่าเป็นการมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ก็ไม่ถนัด เพราะการแจ้งความนั้น อาจเป็นการร้องทุกข์ก็ได้ ไม่ใช่ก็ได้ และเอกสารนี้ก็ไม่มีข้อความให้เห็นว่า ให้มาแจ้งความเรื่องอะไร

อันจะพอวินิจฉัยได้ว่า เป็นการมอบให้มาร้องทุกข์ จึงยังฟังไม่ได้ว่า เป็นเอกสารมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ เมื่อฟังว่า ไม่มีคำร้องทุกข์ ตามระเบียบ อัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลล่างพิพากษาว่า เอกสารดังกล่าวใช้ได้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิทักษ์มนูศาสตร์ · ประมูล สุวรรณศร · ชำนาญเนติศาสตร์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายสอาด สุจริตพงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายเสนอ บุณยเกียรติ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7626/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ร่วมและจำเลยรวมทั้งบุคคลอื่นอีก 1 คน เป็นผู้ถือหุ้น โดยโจทก์ร่วมและจำเลยเป็นกรรมการในบริษัทร่วมกันกระทำการแทนบริษัท ต่อมาจำเลยเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของบริษัทแล้วเบียดบัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11732/2557

ในการพิจารณาคดีของศาลในคดีอาญาว่ามีการกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ต้องเป็นไปตามคำบรรยายฟ้องที่บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิด บทกฎหมายที่บัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด และบทกฎหมายที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5126/2549

ตามหลักฐานบันทึกการรับเงินที่จำเลยได้ชดใช้ให้แก่ฝ่ายผู้เสียหายทั้งสี่ปรากฏว่าในส่วนของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 มีการลงชื่อโดยภริยาของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 แม้จะเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5515/2531

แม้ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจะได้ความว่าเหตุตามฟ้องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2525 และวันที่ 11 มีนาคม 2525 แต่โจทก์ดังกล่าวในฟ้องว่าเกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2526 และวันที่ 11 มีนาคม 2526 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2544/2529

ตามหนังสือมอบอำนาจปรากฏว่า ธนาคารมอบอำนาจให้ผู้จัดการธนาคารสาขามีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีที่สาขามีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้อง ดังนี้ผู้จัดการธนาคารสาขาย่อมมีอำนาจร้องทุกข์กล่าวหาจำเลยว่ายักยอกเงินที่พนักงา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้