Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ไม่ได้บังคับให้ศาลต้องวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายก่อนดำเนินการพิจารณา (ตามที่คู่ความขอ) ทุกเรื่อง ถ้าศาลเห็นว่า การวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าวไม่เป็นคุณแก่ผู้อ้างเลย คือจำเป็นจะต้องดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป แล้ว จะสั่งให้รอไว้วินิจฉัยในคำพิพากษาก็ได้ เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ ต้องประกอบด้วยเหตุใน พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9 ส่วนมาตรา 8 เป็นเพียงข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้มพ้นตัว เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ที่ไม่สามารถนำสืบให้ศาลเห็นได้ว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว โจทก์ไม่จำเป็นต้องบรรยายมาในฟ้องว่าจำเลยได้กระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามมาตรา 8 เมื่อบรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์แล้วไม่ชำระ และจำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้มพ้นตัว ไม่มีทรัพย์สินที่จะชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว โจทก์นำสืบว่าจำเลยเป็นหนี้คนอื่นอยู่อีก และยังไม่ชำระหนี้ ดังนี้ เป็นการสืบในประเด็นว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่ใช่สืบนอกประเด็น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาโจทก์ฟ้องและศาลได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินต้นนั้นกับดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม จำเลยทราบคำพิพากษาแล้วก็ไม่ชำระ โจทก์ได้ทวงถามหลายครั้ง จำเลยก็ไม่ชำระ ทั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่จะชำระหนี้แก่โจทก์ซึ่งแสดงว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้พิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย และตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

จำเลยทั้งสองให้การว่าจำเลยเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาจริง แต่ได้ชำระแล้ว ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และไม่สมบูรณ์ และจำเลยที่ ๒ ยังให้การตัดฟ้องในข้ออื่นอีก เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชี้ขาดในข้อกฎหมายเบื้องต้น ตามที่จำเลยให้การตัดฟ้องไว้ ศาลสั่งให้รอวินิจฉัยในคำพิพากษา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยโดยเด็ดขาด

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ในระหว่างอุทธรณ์ โจทก์ถอนฟ้อง เฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลอุทธรณ์ให้จำหน่าย อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ เสีย คงพิจารณาคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ แล้วพิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวิยนิจฉัยว่า ๑. จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้รอการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายไว้วินิจฉัยในคำพิพากษาเท่ากับศาลไม่สั่งตามคำร้องของจำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลควรจะสั่งคำร้องจำเลยตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔ นั้น เห็นว่า ตามมาตรา ๒๔ มีความหมายเพียงว่า ถ้าศาลเห็นว่า การวินิจฉัยเบื้องต้นจะเป็นคุณแก่ผู้อ้าง คือไม่ต้องดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปทั้งเรื่อง หรือไม่ต้องพิจารณาประเด็นสำคัญแห่งคดีบางข้อแล้ว

ศาลก็มีอำนาจมีคำสั่งชี้ขาดเบื้องต้น ๆ เสียก่อนดำเนินการพิจารณาต่อไป แต่ถ้าเห็นว่า การวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้น ฯ ไม่เป็นคุณแก่ผู้อ้างเลย คือ จำเป็นจะต้องดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป แล้ว ศาลจะสั่งให้รอไว้วินิจฉัยในคำพิพากษาก็ได้ เป็นเรื่องอยู่ในดุลยพินิจของศาล ๒. จำเลยฎีกาว่า โจทก์ต้องบรรยายฟ้องให้ปรากฏเหตุตามมาตรา ๘ แห่ง พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ จึงจะฟ้องล้มละลายได้นั้น เห็นว่าเจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ต้องประกอบด้วยเหตุตามมาตรา ๙ ส่วนมาตรา ๘ เป็นเพียงข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้มพ้นตัว เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ที่ไม่สามารถนำสืบให้ศาลเห็นได้ว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว โจทก์ไม่จำเป็นต้องบรรยายมาในฟ้องว่าจำเลยได้กระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามมาตรา ๘ ๓.

จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลยอมให้โจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ ๑ ยังเป็นหนี้คนอื่นอีก เป็นการสืบนอกประเด็นนั้น เห็นว่าโจทก์ได้บรรยายมาในฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ มีหนี้สินล้นพ้นตัว ฉะนั้น ที่สืบว่าจำเลยเป็นหนี้คนอื่นอยู่อีกและยังไม่ได้ชำระหนี้จึงเป็นการสืบในประเด็นว่าจำเลยที่ ๑ มีหนี้สินล้นพ้นตัว เมื่อวินิจฉัยข้อเท็จจริงด้วยแล้ว ศาลพิพากษาแก้ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ เด็ดขาแต่ผู้เดียว (เพราะโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ แล้ว)

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสกลนคร - นายขาย รัตนวิจิตร
ศาลอุทธรณ์ - นายศริ มลิลา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7853/2540

การฟ้องให้ลูกหนี้ล้มละลายนั้น เจ้าหนี้เพียงแต่บรรยายฟ้องว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9ก็เป็นการเพียงพอแล้ว ส่วนจำเลยทั้งสองจะเป็นหนี้โจทก์จริงหรือไม่ และจะต้องร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2528

คำฟ้องโจทก์บรรยายถึงมูลหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องว่า เป็นหนี้ตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดแล้วมีจำนวนแน่นอนเกินกว่า 30,000 บาทถึงกำหนดชำระแล้ว จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งหมด แต่ทรัพย์สินที่เป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2567

จำเลยเบิกเงินจากโจทก์เพื่อนำไปซื้อไม้ยางพาราจากเจ้าของสวนแล้วนำมาขายให้แก่โจทก์ จากนั้นจึงหักทอนบัญชีกัน นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และจำเลยจึงมีลักษณะเป็นสัญญาประเภทหนึ่งที่มิได้กำหนดแยกประเภทเป็นเอกเทศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2567

หนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ค่าเงินยืมเพื่อทดรองจ่ายในกิจกรรมส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ เป็นหนี้ที่สามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอนและนำมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3416/2566

การตีความสัญญาต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 คือต้องถือหลักตามความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายจะถือเอาเจตนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียวไม่ได้ นอกจากนี้ กา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้