Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องโดยแบ่งการกระทำที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเกี่ยวกับการผลิตอาหารปลอม และส่วนที่สองเกี่ยวกับการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นอาหารปลอมและที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม สำหรับส่วนแรกของฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับการปลอมสลากเครื่องหมายการค้า ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่า มีผู้อื่นปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหาย มิได้อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนี้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนี้ และในส่วนที่เกี่ยวกับการนำเครื่องหมายการค้าปลอมไปปิดผนึกไว้ที่ขวดบรรจุสินค้าและการนำซอสหอยนางรมที่ผลิตขึ้นมาบรรจุลงในขวดที่ปิดผนึกฉลากเครื่องหมายการค้าปลอม ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นความผิดกรรมที่สองที่สามนั้น ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่า การกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตอาหารปลอมของจำเลย การกระทำทั้งสองอย่างของจำเลยจึงเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกับการกระทำความผิดฐานผลิตอาหารปลอมของจำเลย สำหรับส่วนหลังของฟ้อง เนื่องจากการจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นอาหารปลอมและมีเครื่องหมายการค้าปลอม เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังรวมทั้งมีเจตนาที่แยกต่างหากจากการผลิตอาหารปลอม จึงเป็นการกระทำคนละกรรมต่างกันจากการผลิตอาหารปลอม ต้องลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้อีกกรรมหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 25 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 27 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 29

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 4, 108, 110, 115, 117 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 25, 27, 59 ป.อ. มาตรา 32, 33, 83 ริบของกลาง และนับโทษจำเลยที่ 5 และที่ 6 ต่อจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1104/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นคดีใหม่ภายใน 7 วัน ส่วนจำเลยที่ 5 และที่ 6 ให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ระหว่างพิจารณา บริษัทจิ้วฮวด จำกัด และนายสถิตย์ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตโดยเรียกบริษัทจิ้วฮวด จำกัด ว่าโจทก์ร่วมที่ 1 และเรียกนายสถิตย์ว่าโจทก์ร่วมที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยที่ 5 และที่ 6 มีความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1), 108 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25, 27, 59 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตาม ป.อ. มาตรา 90 คือฐานร่วมกันผลิตและจำหน่ายอาหารปลอม ให้จำคุกคนละ 2 ปี ปรับคนละ 100,000 บาท จำเลยที่ 5 และที่ 6 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา อันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 50,000 บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีของจำเลยที่ 5 และที่ 6 ในสำนวนการสอบสวนประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 ริบของกลาง เนื่องจากจำเลยที่ 5 และที่ 6 ได้รับการรอการลงโทษ จึงให้ยกคำขอเรื่องการนับโทษต่อของจำเลยที่ 5 และที่ 6

โจทก์ร่วมทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสองประการแรกว่า การกระทำของจำเลยที่ 5 และที่ 6 เป็นความผิดหลายกรรมหรือไม่

โจทก์ร่วมทั้งสองอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยที่ 5 และที่ 6 เป็นการกระทำความผิด 4 กรรม คือกรรมแรก การร่วมกันทำปลอมขึ้นทั้งฉบับซึ่งสลากเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมทั้งสองเพื่อลวงให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมทั้งสองที่แท้จริง กรรมที่สอง การร่วมกันนำเครื่องหมายการค้าปลอมดังกล่าวไปปิดผนึกไว้ที่ขวดบรรจุสินค้าอันเป็นการจำหน่าย เสนอจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม กรรมที่สาม การร่วมกันนำซอสหอยนางรมที่ผลิตปลอมขึ้นมาบรรจุลงในขวดที่ปิดผนึกฉลากเครื่องหมายการค้าปลอม เพื่อลวงให้ประชาชนหลงเชื่อว่าสินค้าซอสหอยนางรมปลอมเป็นสินค้าซอสหอยนางรมที่แท้จริงอันเป็นความผิดฐานผลิตอาหารปลอมอีกกระทงหนึ่ง และกรรมที่สี่

การร่วมกันนำซอสหอยนางรมปลอมดังกล่าวออกจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไป ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์คดีนี้ โจทก์บรรยายฟ้องโดยแบ่งการกระทำที่อ้างว่าจำเลยที่ 5 และที่ 6 กระทำผิดออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเกี่ยวกับการผลิตอาหารปลอม และส่วนที่สองเกี่ยวกับการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นอาหารปลอมและที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม สำหรับส่วนแรกของฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับการปลอมสลากเครื่องหมายการค้าที่โจทก์ร่วมทั้งสองอุทธรณ์ว่าเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งนั้น ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่ามีผู้อื่นปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหาย มิได้อ้างว่าจำเลยที่ 5 และที่ 6 กระทำความผิดฐานนี้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 5 และที่ 6 กระทำความผิดฐานนี้อีกกรรมหนึ่ง และในส่วนที่เกี่ยวกับการนำเครื่องหมายการค้าปลอมไปปิดผนึกไว้ที่ขวดบรรจุสินค้าและการนำซอสหอยนางรมที่ผลิตขึ้นมาบรรจุลงในขวดที่ปิดผนึกฉลากเครื่องหมายการค้าปลอมซึ่งโจทก์ร่วมทั้งสองอุทธรณ์อ้างว่าเป็นความผิดกรรมที่สองและที่สามนั้น ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่า

การกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตอาหารปลอมของจำเลยที่ 5 และที่ 6 การกระทำทั้งสองอย่างของจำเลยที่ 5 และที่ 6 จึงเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกับการกระทำความผิดฐานผลิตอาหารปลอม สำหรับส่วนหลังของฟ้อง เนื่องจากการจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นอาหารปลอมและที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังรวมทั้งมีเจตนาที่แยกต่างหากจากการผลิตอาหารปลอมที่จำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายจึงเป็นการกระทำคนละกรรมต่างกันจากการผลิตอาหารปลอม ต้องลงโทษจำเลยที่ 5 และที่ 6 ในความผิดฐานนี้อีกกรรมหนึ่ง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางลงโทษจำเลยที่ 5 และที่ 6 เพียงกรรมเดียว ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ร่วมทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 5 และที่ 6 เป็นความผิดสองกรรมตาม ป.อ. มาตรา 91 ความผิดฐานผลิตอาหารปลอมให้ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 100,000 บาท ความผิดฐานจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารปลอมและที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นบทหนักตาม ป.อ. มาตรา 90 ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 100,000 บาท รวมสองกรรมจำคุกคนละ 8 ปี ปรับคนละ 200,000 บาท เมื่อลดโทษให้จำเลยที่ 5 และที่ 6 คนละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 5 และที่ 6 คนละ 4 ปี ปรับคนละ 100,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย วิวิตเสวี · สมคิด ไตรโสรัส · พินิจ เพชรรุ่ง
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายบุญไชย ธนาพันธ์สินศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1788/2531

ฉลากอาหารกระป๋องที่จำเลยผลิตไม่ถูกต้องเฉพาะเลขทะเบียนซึ่งระบุที่ฉลากโดยเลขทะเบียนที่ระบุที่ฉลากอาหาร 2 รายการแรกเป็นของผู้อื่น ส่วนเลขทะเบียนที่ระบุที่ฉลากอาหาร 3 รายการหลังเป็นของจำเลย แต่เป็นเลขทะเบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3585/2546

ความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108,110และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25,27,59 เป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องเกี่ยวพันกันทั้งในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3308/2529

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจผลิตอาหารปลอมโดยผลิตซอสน้ำมันหอยที่ผสมปรุงแต่งและทำขึ้นเทียมซอสน้ำมันหอยตราชาวประมงที่อ.ผลิตทำขึ้นและทำออกจำหน่ายเป็นอาหารแท้อย่างนั้นซอสน้ำมันหอยที่จำเลยผลิตขึ้นนั้นมีคุณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2614/2568

จำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานร่วมกันกระทำการเป็นอั้งยี่ ฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร และฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ย่อมเป็นความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่มีการสมคบวางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นความผิด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้