Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2470 (เลขอ้างอิง 75550)

พ.ศ. 2470 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีไม่มีสิทธิจะยกสมรสของภรรยาให้แก่ผู้ใด โดยภรรยาไม่รู้เห็น

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้พิภาษกันด้วยเรื่องทรัพย์มฤดกของขุนพานิชซึ่งโจทย์ของให้ศาลทำลายหนังสือสัญญาโอนขายโรงสีให้แก่จำเลย เพราะเปนสัญญาอยุติธรรม ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งมีสติหลงไหล แลทั้งไม่มีสินจ้าง แลขอให้เรียกแหวนเพ็ชร์ ๒ วงที่ตกอยู่แก่จำเลยมาแบ่งเปนมฤดก ข้อเท็จจริงในเรื่องโรงสีปรากฎว่า ขุนพานิชได้โจทย์ทั้ง ๒ เปนภรรยา ขุนพานิชมีสินเดิม ๑๖,๐๐๐ บาท กับที่ดินราคา ๑,๐๐๐ บาท เมื่อขุนพานิชได้โจทย์ทั้ง ๒ เปนภรรยาแล้ว ขุนพานิชเอาเงิน ๑๔,๐๐๐ บาทกับที่ดินไปเข้าหุ้นกับ ท.สร้างโรงสีขึ้น ต่อมาขุนพานิชออกเงิน ๑๖๕,๐๐๐ บาทรับซื้อหุ้นของ ท.ไว้ทั้งหมด ก่อนน่าขุนพานิชได้จำเลยเปนภรรยาอีกคนหนึ่ง ขุนพานิชได้โอนที่ดินแลโรงสีทั้งให้แก่จำเลยด้วยความรักใคร่อยากได้จำเลยเปนภรรยา โดยโจทย์ทั้ง ๒ ไม่รู้เห็นยินยอมด้วย

ศาลเดิมฟังว่า โรงสีแลที่ดินเปนสินเดิมของขุนพานิช ขุนพานิชโอนให้จำเลย ๆ มีสิทธิจะได้โรงสีนั้น ส่วนแหวนเพ็ชร์ ๒ วงนั้น เปนมฤดกของขุนพานิช ให้เอามาแบ่ง โจทย์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ที่ดินแลโรงสีเปนสมรส ตามนัยฎีกาที่ ๘๓๑/๒๔๖๕ การที่ขุนพานิชเอาที่ดินกับโรงสีโอนขายให้แก่จำเลยด้วยความรักใคร่อยากได้จำเลยเปนภรรยานั้น ไม่ใช่โอนขายให้กับกันด้วยความอยุติธรรม ฤาความล่อลวงของจำเลย จึงไม่มีเหตุอย่างไรที่ควรทำลายหนังสือสัญญาซื้อขาย แต่ขุนพานิชเอาที่ดินแลโรงสีอันเปนสมรสซึ่งโจทย์มีส่วนได้อยู่ ๑ ใน ๓ ไปโอนให้จำเลยโดยโจทย์ไม่รู้เห็นด้วย จำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ทั้งหมดในที่ดินแลโรงสีนั้น จึงพิพากษาให้เอาที่ดินแลโรงสีประมูลขายทอดตลาด แล้วหักใช้ทุนเดิมของขุนพานิชเสีย ๑๗,๐๐๐ บาท

เหลือนั้นแบ่งออก ๓ ส่วนให้โจทย์เอาไปส่วนหนึ่ง อีก ๒ ส่วนกับเงิน ๑๗,๐๐๐ บาท ที่หักไว้นั้น ให้เปนของจำเลย ส่วนแหวนเพ็ชร์นั้นได้ความว่าแหวนเพ็ชร์เปนสินเดิม แลขุนพานิชได้ให้จำเลยก่อนน่าจำเลยเปนภรรยา แหวนนั้นเปนสิทธิ์แก่จำเลย โจทย์จำเลยฎีกา สำหรับในเรื่องที่ดินแลโรงสี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่มีเหตุผลอย่างไรที่ควรจะทำลายหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินกับโรงสี ซึ่งขุนพานิชทำให้แก่จำเล่ย เพราะสัญญาฉบับนี้ขุนพานิชได้ทำโดยสุจริตหวังจะได้จำเลยเปนภรรยา แลโจทย์สืบไม่ได้ว่าขุนพานิชได้ทำสัญญาในเวลาที่สติหลงไหล ส่วนปัญหาที่ว่าขุนพานิชจะมีอำนาจเอาที่ดินและโรงสีไปโอนให้แก่จำเลยทั้งหมดได้ฤาไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับที่ดิน ขุนพานิชมีอำนาจเด็ดขาดโอนให้แก่จำเลยได้ เพราะที่ดินเปนสินเดิมแต่โรงสีนั้นเปนสินสมรส ขุนพานิชโอนได้ฉะเพาะส่วนสมรสของตน คือ ๒ ใน ๓ เท่านั้น จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ให้ที่ดินซึ่งเปนสินเดิมของขุนพานิชเปนสิทธิแก่จำเลย ส่วนโรงสีให้เอามาประมูลฤาขายทอดตลาดพร้อมด้วยที่ดิน ได้เงินเท่าใดหักออก ๑,๐๐๐ บาทค่าที่ดินให้แก่จำเลยเสียก่อน เหลือนั้นให้หักใช้สินเดิม ๑๖,๐๐๐ บาท แล้วจึงแบ่ง ๓ ส่วน เปนสมรสของขุนพานิช ๒ ส่วน ซึ่งตกเปนของจำเลยตามหนังสือสัญญาซึ่งขุนพานิชได้ทำโอนให้แก่จำเลย สมรสอีก ๑ ส่วนเปนของโจทย์ เงินสินเดิม ๑๖,๐๐๐ บาท ให้แบ่งมฤดกได้แก่โจทย์จำเลยผู้เปนภรรยา แลบุตร์ของขุนพานิช ตามคำพิพากษาศาลเดิม (คือ

แบ่งมฤดกออกเปน ๒ ภาค ภาคภรรยาแลภาคบุตร์ ภาคภรรยาให้ได้แก่โจทย์จำเลยคนละเท่า ๆ กัน ) (ประเด็นที่ว่าภรรยาคนใด ควรได้รับส่วนมฤดกเท่าใดตามฐานะของภรรยานั้น ไม่ได้มีขึ้นมาถึงศาลฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่ได้วินิจฉัยในข้อนี้ จึงให้แบ่งเท่า ๆ กันตามคำตัดสินศาลเดิม) ส่วนภาคบุตรให้ได้แก่บุตร์ของขุนพานิช ส่วนแหวน ๒ วงนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเปนเดิมของขุนพานิช ขุนพานิชได้ให้แก่จำเลยด้วยความเสนหา แหวนนี้เท่ากับของหมั้น ต้องเปนสิทธิแก่จำเลย

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ในข้อนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
หริศ · นรเนติ · พิพาก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้