คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ มีปัญหาในชั้นบังคับคดี คือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่นาของจำเลยแปลงหนึ่ง แล้วขายทอดตลาดไป โจทก์เป็นผู้ประมูลได้ในราคา ๒๘๐๐ บาท จึงขอตกลงขายให้แก่โจทก์ ๆ ได้วางเงินครบถ้วนแล้ว ในวันเดียวกันนั้นเองหลังจากการขายทอดตลาดเสร็จไปแล้ว
จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลว่า เจ้าพนักงานศาลขายทอดตลาดฝนกำลังตกหนัก จำเลยมาสายไป ๒๐ นาที เข้าพบเจ้าพนักงานผู้ขาย เพื่อขอชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานแจ้งว่า ขายเสียแล้ว จึงขอให้จำเลยวางเงินชำระหนี้ให้โจทก์และคืนทรัพย์ที่ยึดให้แก่จำเลย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลขายทอดตลาดตามกำหนดของศาลไปแล้ว ไม่มีทางจะคืนทรัพย์หรือรับเงินจากจำเลยได้ ให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาเห็นว่า จำเลยคัดค้านว่าที่ดินมีราคาสูงประมาณ ๖๐๐๐ บาท - ๗๐๐๐ บาท การขายทอดตลาดมีผู้ปรัมูลไม่กี่คน จำเลยไม่ทราบว่ามีการขายทอดตลาดวันไหน เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตาม มาตรา ๒๔๘ ป.ม.วิ.แพ่ง ส่วนที่คัดค้านว่า แม้ศาลขายทอดตลาดแล้ว แต่ทรัพย์ที่ขายเป็นอสังหาริมทรัพย์ยังมิได้ทำนิติกรรมการซื้อขายต่อกรมการอำเภอ จำเลยชอบที่จะขอไถ่คืนทรัพย์ที่ขายได้นั้น จำเลยเพิ่งมากล่าวในชั้นนี้++วินิจฉัย
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน ++ จำเลย