Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7568/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์ยาว 1 คืบ แทงที่บริเวณลิ้นปี่ของผู้เสียหายนั้นอาจเป็นความผิดฐานทำร้ายร่ายกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือรับอันตรายสาหัส หรือพยายามฆ่าผู้อื่นอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบสวนถึงการกระทำนั้นของจำเลย ทั้งมีการแจ้งข้อหาแก่จำเลยตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 แล้ว แต่การแจ้งข้อหาก็หาได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจำต้องแจ้งข้อหา ทุกกระทงความผิดที่เกี่ยวกับการกระทำอันเดียวกันไม่ ซึ่งในการสอบสวนจำเลยครั้งแรกพนักงานสอบสวนได้แจ้ง ข้อหาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจให้จำเลยทราบแล้วว่าคำให้การอาจใช้ยันจำเลย ในชั้นพิจารณาของศาลได้และจำเลยให้การปฏิเสธ แม้จะมีการสอบสวนโดยแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่จำเลยอีกสองครั้ง แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งแก่จำเลยว่าคำให้การเพิ่มเติมอาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้ มิได้ทำให้การสอบสวนของพนักงานสอบสวนเป็นการไม่ชอบเพราะบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 เพียงแต่บัญญัติว่าคำให้การจำเลยไม่อาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้เท่านั้น ซึ่งตามคำให้การเพิ่มเติมของจำเลยอีกสองครั้ง ก็มีเพียงว่า ขอให้การปฏิเสธตามที่ให้การในครั้งแรก จึงไม่มีข้อความใดที่จะใช้ยันจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๐, ๒๘๘ ริบของกลาง

จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๓ พนักงานสอบสวนได้สอบสวนจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยแจ้งให้จำเลยทราบว่า ถ้อยคำที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนอาจใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๓ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาจำเลยเพิ่มเติมจากทำร้ายร่างกายผู้อื่น (นายสินชัย ศรีแป๊ะบัว) ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจเป็นทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำเลยให้การปฏิเสธ ครั้นวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๔๓ พนักงานสอบสวนได้สอบสวนจำเลยเพิ่มเติมอีก โดยแจ้งข้อหาจากทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสเป็นพยายามฆ่าผู้อื่น (นายสินชัย

ศรีแป๊ะบัว) จำเลยให้การปฏิเสธ โดยในการสอบสวนเพิ่มเติมทั้งสองครั้งพนักงานสอบสวนมิได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าถ้อยคำที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนอาจใช้เป็นหลักฐานยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ รายละเอียดปรากฏตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ. ๖ มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าในการสอบสวนเพิ่มเติมทั้งสองครั้ง พนักงานสอบสวนมิได้แจ้งเตือนจำเลยว่า ถ้อยคำที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนอาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ เป็นการสอบสวนที่ชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์ยาว ๑ คืบ แทงที่บริเวณลิ้นปี่ของผู้เสียหายนั้นอาจเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือรับอันตรายสาหัส หรือพยายามฆ่าผู้อื่นอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

เมื่อพนักงานสอบสวน ได้สอบสวนถึงการกระทำนั้นของจำเลย ทั้งมีการแจ้งข้อหาแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔ แล้ว แต่การแจ้งข้อหาก็หาได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจำต้องแจ้งข้อหาทุกกระทงความผิดที่เกี่ยวกับ การกระทำอันเดียวกันไม่ ซึ่งในการสอบสวนจำเลยครั้งแรกพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับ อันตรายแก่กายหรือจิตใจให้จำเลยทราบแล้วว่าคำให้การอาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้และจำเลยให้การปฏิเสธ แม้จะมีการสอบสวนโดยแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่จำเลยอีกสองครั้ง แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งแก่จำเลยว่า คำให้การเพิ่มเติมอาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้ ก็มิได้ทำให้การสอบสวนของพนักงานสอบสวนเป็นการไม่ชอบ

เพราะบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔ เพียงแต่บัญญัติว่าคำให้การจำเลยไม่อาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้เท่านั้น ซึ่งตามคำให้การเพิ่มเติมจำเลยอีกสองครั้งก็มีเพียงว่าขอให้การปฏิเสธตามที่ให้การ ในครั้งแรก จึงไม่มีข้อความใดที่จะใช้ยันจำเลย ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ วินิจฉัยว่า การสอบสวนชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วสันต์ ตรีสุวรรณ · อมร วีรวงศ์ · สบโชค สุขารมณ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม (แผนกคดีเยาวช - นายณฐพงษ์ ธีระเกษม
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายเกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2567

การกระทำความผิดฐานรับของโจรผู้กระทำไม่จำต้องรับทรัพย์ของกลางไว้ในความครอบครองของตนเอง เพียงแต่ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2563

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรและบรรยายฟ้องด้วยว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนในความผิดฐานลักทรัพย์มาแล้ว 6 คดี หลังจากพ้นโทษทั้งหกคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2563

ที่เกิดเหตุเป็นทางเดินแคบ ๆ ตามเนินเขา บริเวณโดยรอบเป็นป่า สวนยางพาราและสวนผลไม้ ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสาธารณะภายในหมู่บ้านประมาณ 4 ถึง 5 กิโลเมตร ทางนำสืบของโจทก์ไม่ได้ความว่าอยู่ในเขตเมืองหรือหมู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 659/2563

ป.วิ.อ. มาตรา 134 บัญญัติให้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหานั้น มีเจตนารมณ์เพียงเพื่อให้ผู้ต้องหาทราบว่าจะถูกสอบสวนในเรื่องใดและทราบว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิด โดยไม่จำต้องแจ้งทุกข้อหา ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4265/2561

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขังผู้ต้องหาไว้ตามคำร้องของผู้ร้องมีกำหนด 12 วัน เพื่อสอบสวนดำเนินคดีผู้ต้องหาในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 116 ผู้ต้องหายื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้