Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7574/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การกำหนดคุณสมบัติของพนักงานและเหตุที่พนักงานจะต้องพ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจและพนักงานทุกคนตามวันที่บทกฎหมายดังกล่าวกำหนด กฎหมายดังกล่าวมิใช่เป็นบทกฎหมายกำหนดความผิดที่มีโทษในทางอาญาที่จะต้องใช้ขณะกระทำความผิดและต้องห้ามมิให้ใช้บังคับย้อนหลังไปก่อนการกระทำความผิด เมื่อมาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ.2550 มีผลใช้บังคับในวันที่ 6 กันยายน 2550 โจทก์ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยจึงต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายดังกล่าว คือ ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษหรือพ้นระยะเวลาการรอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษแล้วแต่กรณีเกิน 5 ปี เมื่อโจทก์กระทำความผิดกฎหมายอาญา และคดีถึงที่สุดในวันที่ 26 สิงหาคม 2554 ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี โจทก์จึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นพนักงานตามมาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติม อันเป็นเหตุให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งพนักงานตามมาตรา 11 (3) จำเลยยกเหตุดังกล่าวมาเป็นเหตุเลิกจ้างโจทก์ได้ คำสั่งเลิกจ้างของจำเลยชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่ง อัตราค่าจ้างเดิม และนับอายุงานต่อเนื่อง กับจ่ายค่าเสียหายเท่ากับอัตราค่าจ้างเดิมเดือนละ 41,692 บาท นับแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2533 จำเลยจ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้าง ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2550 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีคำพิพากษาว่าโจทก์มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 ประกอบมาตรา 365 (3) ลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุก ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี วันที่ 21 เมษายน 2552 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอ่านคำสั่งศาลฎีกา ที่ไม่รับฎีกาของโจทก์ คดีถึงที่สุด ต่อมาวันที่ 26 สิงหาคม 2554 จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุโจทก์ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9 (5) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2550 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2550 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2550 แล้ววินิจฉัยว่า มาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของพนักงานรัฐวิสาหกิจว่า ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

ไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษหรือพ้นระยะเวลาการรอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษแล้วแต่กรณีเกิน 5 ปี พนักงานของรัฐวิสาหกิจจะต้องมีคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวเมื่อกฎหมายนั้นใช้บังคับ คือต้องไม่เป็นผู้เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกไม่ว่าจะได้รับโทษจริงหรือไม่ในช่วงเวลาที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ กรณีมิใช่การบังคับใช้กฎหมายอาญาย้อนหลังเป็นโทษแก่โจทก์ และมิใช่การกำหนดโทษในทางอาญา ระเบียบบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ตอนที่ 1 ข้อ 40 กำหนดให้พนักงานพ้นสภาพการเป็นพนักงานด้วยสาเหตุต่างๆ

ดังนี้ 40.4 เป็นผู้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 ซึ่งเมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัตินี้ย่อมถือว่าระเบียบดังกล่าวถูกแก้ไขเพิ่มเติมไปในตัว หาจำต้องแก้ไขเพิ่มเติมในข้อระเบียบส่วนนี้อีกไม่ เพราะพระราชบัญญัติใหม่ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมถือเป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติเดิมจึงไม่จำต้องแจ้งให้แก่พนักงานของจำเลยทราบ ดังนั้นการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุโจทก์ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 และระเบียบบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

ตอนที่ 1 ข้อ 40.4 จึงชอบแล้ว กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้างฉบับลงวันที่ 26 สิงหาคม 2554 จำเลยไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยจะยกเหตุที่โจทก์ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นพนักงานตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2550 มาเป็นเหตุเลิกจ้างโจทก์ได้หรือไม่ เห็นว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การกำหนดคุณสมบัติของพนักงานและเหตุที่พนักงานจะต้องพ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ

พ.ศ.2518 ซึ่งมาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดคุณสมบัติพนักงานและเหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งพนักงานเพื่อใช้เป็นแนวทางเดียวกันจึงมีผลใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจและพนักงานโดยทั่วถึงกันตามวันที่บทกฎหมายดังกล่าวกำหนด มิใช่เป็นบทกฎหมายกำหนดความผิดที่มีโทษในทางอาญาที่จะต้องใช้ขณะกระทำความผิดและต้องห้ามมิให้ใช้บังคับย้อนหลังไปก่อนการกระทำความผิดดังที่โจทก์อุทธรณ์ เมื่อมาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมมีผลใช้บังคับในวันที่ 6 กันยายน 2550 อันเป็นวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ย่อมมีผลใช้บังคับแก่จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจและโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานด้วย กล่าวคือโจทก์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม โดยไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

ไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษ หรือพ้นระยะเวลาการรอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษแล้วแต่กรณีเกิน 5 ปี หากเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 9 (5) จะเป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่งพนักงานตามมาตรา 11 (3) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อได้ความว่าศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพิพากษาว่าโจทก์มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 ประกอบมาตรา 365 (3) ลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี วันที่ 21 เมษายน 2552 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ต่อมาวันที่ 26 สิงหาคม 2554 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอ่านคำสั่งศาลฎีกาที่ไม่รับฎีกาของโจทก์ คดีถึงที่สุด โจทก์จึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นพนักงานตามมาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติม อันเป็นเหตุให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งพนักงานตามมาตรา 11 (3) ดังนั้นจำเลยจึงยกเหตุที่โจทก์ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นพนักงานตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2550 มาเป็นเหตุเลิกจ้างโจทก์ได้ คำสั่งเลิกจ้างชอบแล้วจึงไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสรี เพศประเสริฐ · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ธีระ เบญจรัศมีโรจน์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสมเดช เอี่ยมวิเชียรเจริญ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.317/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ3350/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ757/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้