Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ที่มิใช่บิดามารดาและไม่เป็นผู้ปกครองของหญิง ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินสินสอดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1436 วรรคท้าย ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2517)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นบิดานางสาวสมพิศ ปัจจุบันคือนางบุญเที่ยงตรง ภรรยาจำเลยที่ ๒ โจทก์ที่ ๒ เป็นพี่ชายร่วมบิดามารดาเดียวกับนางสมพิศและเป็นผู้ปกครองดูแลนางสมพิศก่อนแต่งงานกับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ตกลงหมั้นนางสาวสมพิศโดยจำเลยตกลงให้เงินสินสอด ๘,๐๐๐ บาท จะนำมามอบให้โจทก์ในวันสมรส เมื่อจำเลยที่ ๒สมรสกับนางสาวสมพิศโดยชอบด้วยกฎหมาย และอยู่กินด้วยกัน ฉันสามีภรรยา จำเลยไม่ชำระเงินค่าสินสอด ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินสินสอด ๘,๐๐๐ บาทแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า ไม่ได้ตกลงจะให้เงินสินสอด โจทก์ที่ ๒ ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ใช่ผู้ปกครองตามกฎหมายของนางสมพิศนางสมพิศยังมีบิดามารดาอยู่ และบรรลุนิติภาวะจดทะเบียนสมรสได้เอง ศาลชั้นต้นเชื่อว่าโจทก์ที่ ๒ เป็นผู้ปกครองนางสมพิศตามความเป็นจริง มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ตกลงจะให้เงินสินสอด ๘,๐๐๐บาทแก่โจทก์ที่ ๒ โดยเฉพาะ แต่จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ตกลงด้วย พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๘,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ที่ ๒ ยกฟ้องโจทก์ที่ ๑และยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ตกลงจะให้เงินค่าสินสอดแก่โจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๒ ไม่ใช่ผู้ปกครองนางสาวสมพิศทั้งตามความเป็นจริงและตามกฎหมาย ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๒ ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกาให้จำเลยร่วมกันใช้เงินสินสอด ๘,๐๐๐ บาทแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๑ไม่อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นประการใด คดีเฉพาะตัวของโจทก์ที่ ๑ จึงยุติแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ ๑ ส่วนฎีกาของโจทก์ที่ ๒ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ที่ ๒ มิใช่บิดามารดาและไม่เป็นผู้ปกครองของนางสมพิศ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า โจทก์ที่ ๒ ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินสินสอดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๓๖ วรรคท้าย ได้ โจทก์ที่ ๒ ฎีกาว่าโจทก์ที่ ๒ เป็นผู้ปกครองนางสมพิศตามความเป็นจริงมีอำนาจฟ้องนั้น เป็นข้ออ้างที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๕๕

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร ฟักทองพรรณ · ดวง ดีวาจิน · กฤษณ์ โสภิตกุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายอำพัน สุวรรณรัตน์
ศาลอุทธรณ์ - นายวิทูร เทพพิทักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2549

ผู้ร้องเกิดเมื่อกลางปี 2516 นับถึงวันยื่นคำร้องเป็นเวลาเกือบ 30 ปี เหตุการณ์ในช่วงเวลาจัดพิธีสมรสและการตั้งครรภ์ไม่มีหลักฐานปรากฏวันเดือนปีที่แน่นอนเป็นเรื่องคาดคะเนเอาโดยประมาณจึงอาจผิดพลาดคลาดเคลื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2548

ผู้ร้องเกิดเมื่อกลางปี 2516 นับถึงวันยื่นคำร้องเป็นเวลาเกือบ 30 ปี เหตุการณ์ในช่วงเวลาจัดพิธีสมรสและการตั้งครรภ์ไม่มีหลักฐานปรากฏวันเดือนปีที่แน่นอนเป็นเรื่องคาดคะเนเอาโดยประมาณจึงอาจผิดพลาดคลาดเคลื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8504/2544

การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1555 หากบิดามีชีวิตอยู่ต้องดำเนินคดีอย่างคดีมีข้อพิพาทคือฟ้องบิดาโดยทำเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5505/2537

การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรในกรณีที่ชายผู้ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นบิดาได้ถึงแก่ความตายไปก่อนเสนอคดีนั้น จะเสนอคดีเป็นคำฟ้องโดยยื่นคำฟ้องผู้ที่ถึงแก่ความตายไปแล้วไม่ได้เพราะไม่มีตัวความที่จะฟ้องเป็นจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3273/2536

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า เมื่อระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม 2530ถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2531 โจทก์จำเลยได้มีความสัมพันธ์ทางชู้สาวและร่วมประเวณีกันหลายครั้งในระยะเวลาที่โจทก์สามารถตั้งครรภ์ได้และทำให้โจทก์ตั้งครรภ์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้