Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7674/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย จำเลยขายฝากที่ดินพิพาทไว้กับโจทก์โดยผู้ร้องไม่ได้ให้ความยินยอม แต่เมื่อศาลยังไม่ได้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลย ที่ดินพิพาทก็ยังคงเป็นของโจทก์อยู่ โจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารซึ่งรวมถึงผู้ร้องออกไปจากที่ดินพิพาทได้ กรณีจึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) ที่จะอยู่ในที่ดินพิพาทต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย ศาลชั้นต้นรวมการพิจารณาคดีนี้เข้ากับคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 629/2544 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลย ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยในคดีนี้และบริวารออกไปจากที่ดินที่พิพาทในโฉนดเลขที่ 7555 ตำบลกาบิน อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 15,000 บาท ต่อปี นับแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินที่พิพาท คำขออื่นให้ยก ให้ยกฟ้องจำเลย (ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 629/2544) กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 6,000 บาท คู่ความมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีจึงถึงที่สุด โจทก์ได้ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อขับไล่จำเลยและบริวาร

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นสามีจำเลย ที่ดินที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องจำเลย จำเลยขายฝากที่ดินที่พิพาทไว้กับโจทก์โดยผู้ร้องไม่ได้ให้ความยินยอมนิติกรรมการขายฝากดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ผู้ร้องมิใช่บริวารของจำเลย โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินส่วนตัวของจำเลยผู้ร้องเป็นเพียงบริวารของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องเป็นสามีจำเลย จำเลยขายฝากที่ดินที่พิพาทไว้กับโจทก์โดยผู้ร้องไม่ได้ให้ความยินยอม ต่อมาจำเลยไม่ได้ไถ่ถอนที่ดินที่พิพาทภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝากแต่ไม่ยอมออกไปจากที่ดินที่พิพาท โจทก์จึงยื่นฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินที่พิพาท ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินที่พิพาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ที่ดินที่พิพาทที่จำเลยขายฝากไว้กับโจทก์เป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย จำเลยทำนิติกรรมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้อง นิติกรรมการขายฝากระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย

เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า "การจัดการสินสมรสซึ่งต้องจัดการร่วมกัน หรือต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งตามมาตรา 1476 ถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งทำนิติกรรมไปแต่เพียงฝ่ายเดียว หรือโดยปราศจากความยินยอมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ เว้นแต่คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบันแก่นิติกรรมนั้นแล้ว..." ดังนั้น แม้จะฟังว่าที่ดินที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย แต่เมื่อศาลยังไม่ได้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่ดินที่พิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลย ที่ดินที่พิพาทก็ยังคงเป็นของโจทก์อยู่ โจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารซึ่งรวมถึงผู้ร้องออกไปจากที่ดินที่พิพาทได้

กรณีจึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) ที่จะอยู่ในที่ดินที่พิพาทต่อไป สำหรับที่ผู้ร้องฎีกาในทำนองว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องโดยไม่ไต่สวนพยานหลักฐานก่อนเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสำนวนเพียงพอแก่การวินิจฉัยคำร้องแล้ว ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาฟังเพื่อวินิจฉัยประเด็นตามคำร้องได้ คำสั่งศาลชั้นต้นที่งดไต่สวนพยานแล้ววินิจฉัยว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยจึงชอบแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนตรี ยอดปัญญา · เรวัตร อิศราภรณ์ · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4837/2567

สภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องโจทก์ คือ โจทก์เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ตายโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งสองคันซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายให้แก่จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 697943)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 จัดการสินสมรสโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ อันเป็นการอาศัยสิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 1476 ซึ่งหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 จัดการสินสมรสโดยไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้