Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 768/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญาจดทะเบียนเช่าตึกแถวพิพาทมาจากเจ้าของ แล้วตกลงโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้จำเลย โดยจำเลยให้ค่าตอบแทนเป็นเงินผ่อนชำระเป็น 3 งวดดังนี้ การที่จำเลยยอมเข้าทำสัญญารับโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทกับโจทก์ เป็นการยอมรับนับถือสิทธิของโจทก์เหนือตึกพิพาทจำเลยจึงไม่อาจโต้แย้งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเหนือตึกพิพาทที่จะฟ้องจำเลยได้ ถึงแม้โจทก์จะได้รับการบอกเลิกการเช่าจากเจ้าของตึกพิพาทในภายหลัง ก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับเจ้าของตึก หาเป็นเหตุให้ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยซึ่งมีมาแต่เดิมระงับไปไม่ จำเลยยังคงผูกพันอยู่กับโจทก์ตามสัญญาดังกล่าว ทั้งการที่จำเลยเข้าใช้สิทธิในตึกพิพาทก็โดยอาศัยความยินยอมของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย และสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อจำเลยมิได้ชำระเงินให้โจทก์ตามเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยก็ไม่ปฏิบัติตามจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาโจทก์บอกเลิกสัญญาได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือสิทธิการเช่าตึกแถวเลขที่ ๕๐๓/๔, ๕๐๓/๕ โดยทำหนังสือสัญญาเช่าจดทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอพญาไท มีกำหนด ๑๐ ปี ตามสัญญาเช่าให้โจทก์มีสิทธิให้เช่าช่วงได้ ต่อมาโจทก์ตกลงให้จำเลยรับช่วงสิทธิการเช่าตึกแถวดังกล่าวจากโจทก์ โดยจำเลยคิดค่าตอบแทนให้ ๑๒๐,๐๐๐ บาท จะชำระให้เป็นงวด ๆ เมื่อชำระครบถ้วนแล้วจึงจะโอนสิทธิการเช่าให้ในวันทำสัญญาโจทก์อนุญาตให้จำเลยเข้าไปในตึกแถวพิพาทเพื่อทำ ความสะอาด จัดความเรียบร้อยและตกแต่งตามความมุ่งหมายของจำเลย แต่เมื่อถึงกำหนดชำระค่าตอบแทนซึ่งจำเลยจ่ายให้เป็นเช็ค โจทก์เรียกเก็บเงินไม่ได้ ทวงถามให้จำเลยชำระหลายครั้ง จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงบอกเลิกการโอนสิทธิการเช่าและให้จำเลยส่งตึกแถวคืน จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้วคงเพิกเฉย การที่จำเลยอยู่ในตึกแถวพิพาทจึงเป็นการละเมิด ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกไปจากตึกพิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าตึกพิพาทจากเจ้าของตึก และจำเลยตกลงรับโอนสิทธิการเช่าโดยเสียค่าตอบแทนจริง แต่โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะก่อนฟ้องเจ้าของตึกพิพาทได้บอกเลิกการเช่ากับโจทก์แล้ว และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยเพราะโจทก์ได้โอนสิทธิการเช่าให้จำเลยและรับเงินค่าตอบแทนไปบางส่วนแล้ว จำเลยมิได้ผิดสัญญา จำเลยได้แจ้งให้โจทก์ไปรับชำระเงินค่าตอบแทนพร้อมกับโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้จำเลย โจทก์ทราบแล้วเพิกเฉยโจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาทำให้จำเลยได้รับความเสียหายและต้องขาดประโยชน์จากการนี้ จึงขอให้ศาลบังคับโจทก์ใช้เงินค่าเสียหายและค่าขาดประโยชน์พร้อมดอกเบี้ย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยเข้าไปในตึกแถวพิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์เมื่อจำเลยผิดสัญญา โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและฟ้องขับไล่จำเลยได้ ฟ้องแย้งของจำเลยไม่มีมูลที่จะเรียกได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวพิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมกับดอกเบี้ยให้โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา มีปัญหาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่และจำเลยผิดสัญญาหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยยอมเข้าทำสัญญารับโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทตามเอกสารหมาย จ.๒ กับโจทก์นั้น เป็นการยอมรับนับถือสิทธิของโจทก์เหนือตึกพิพาท จึงไม่อาจโต้แย้งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเหนือตึกพิพาทที่จะฟ้องจำเลยได้ ส่วนที่แม้โจทก์จะได้รับการบอกเลิกการเช่าจากเจ้าของตึกพิพาทในภายหลัง ก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับเจ้าของตึกพิพาท หาเป็นเหตุให้ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยซึ่งมีมาแต่เดิมระงับไปไม่ จำเลยยังคงผูกพันอยู่กับโจทก์ตามสัญญาดังกล่าว ทั้งการที่จำเลยรับมอบกุญแจห้องมาจากโจทก์และเข้าใช้สิทธิในตึกพิพาท ก็โดยอาศัยความยินยอมของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย และตามสัญญาเอกสารหมาย จ.๒ เป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระเงินให้โจทก์ตามเงื่อนเวลาที่กำหนด แต่จำเลยมิได้ชำระเงินให้โจทก์ตามกำหนดเวลาดังกล่าว

จำเลยก็เบิกความรับอยู่ว่า การชำระเงินตามสัญญางวดที่ ๒ นั้น โจทก์นำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคารไม่ได้ และเมื่อโจทก์มาทวงถามจากจำเลย จำเลยก็ไม่ชำระให้ อ้างว่าสมาคมพ่อค้าตลาดเฉลิมโลกยังไม่ให้เงินมา ดังนี้ถือได้ว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์บอกเลิกสัญญาได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเมธ ทิพยมนตรี · สุมิตร ฟักทองพรรณ · จันทร์ ระรวยทรง
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายประสาท บุณยรังษี
ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้