คำฟ้องและคำให้การ
โจทฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาซื้อขายโดยบอกปัดไม่รับซื้อกะจกจากโจทตามสัญญา ขอไห้สาลพิพากสาไห้ริบเงินมัดจำที่จำเ ลยวางไว้เปนของโจท ไห้จำเลยไช้ค่ากะจกกับค่าเสียหาย
จำเลยฟ้องแย้งไห้โจทคืนเงินมัดจำ ไห้โจทรับกะจกคืนไปและไช้ค่าเสียหายด้วย สาลชั้นต้นฟังว่าโจทเปนฝ่ายผิดสัญญา พิพากสายกฟ้องไห้โจทคืนเงินมัดจำและรับกะจกคืนไปกับไห้ไช้ค่าเสียหายไห้จำเลยด้วย โจทอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสาแก้ฉเพาะข้อที่ไห้โจทรับกะจกคืนไปเปนว่า ไห้จำเลยไช้ราคากะจกจำนวนนั้นนอกจากนั้นพิพากสายืน โจทดีกา สาลดีกาฟังข้อเท็ดจิงว่า กะจกที่ซื้อขายกันมี ๓๐๐ หีบ โจทส่งไห้จำเลยตรวดรับ เมื่อเปิดหีบกับไปได้บ้าง ยังไม่ได้เปิดหีบอีกประมาน ๒๐๐ หีบ โจทก็เรียกไห้จำเลยชำระราคาสิ้นเชิงเพราะไม่ไว้ไจการเงินของจำเลย จำเลยไม่ยอมชำระ โจทจึงขนกลับ สาลดีกาเห็นว่าตามหนังสือสัญญาซื้อขายกะจกระหว่างโจทจำเลย จำเลยซึ่งเปนผู้ซื้อไม่มีหน้าที่ต้องชำระราคาจนกว่าโจทจะได้ส่งมอบกะจกไห้จำเลยตรวดนับจนครบจำนวนและถูกต้องเรียบร้อยแล้วโจทจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องไห้จำเลยชำระราคาก่อน
การที่โจทผู้ขายเอากะจกคืนไปโดยไม่ไห้โอกาสจำเลยตรวดนับกะจก สแดงว่าโจทไม่ประสงค์ปติบัติตามสัญญา และทั้งเวลาส่งมอบตามสัญญาล่วงเลยมาแล้ว ถือได้ว่าโจทเปนฝ่ายผิดสัญญา ต้องคืนเงินมัดจำแก่จำเลยตามสัญญา ส่วนค่าเสียหายที่สาลเดิมไห้โจทไช้ก็เปนจำนวนพอสมควน จึงพิพากสายืน