Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 775/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาจะซื้อขายที่ดิน ข้อ 2.1 ระบุถึงเรื่องการปรับปรุงที่ดินเพียงว่า "ผู้ซื้อยินดีจะจ่ายส่วนหนึ่งของค่าที่ดินให้แก่ผู้ขายเป็นค่าปรับปรุงที่" ข้อความดังกล่าวบ่งถึงข้อตกลงระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้จะซื้อกับจำเลยซึ่งเป็นผู้จะขายเกี่ยวกับการปรับปรุงที่ดินที่จะซื้อขายกัน แต่ข้อตกลงนั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่หรือมีสาระสำคัญอย่างไร จำต้องพิจารณาพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบมา ซึ่งการนำสืบถึงข้อตกลงในลักษณะเช่นนี้ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง จำเลยจึงมีสิทธินำสืบพยานบุคคลในข้อนี้ได้ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดได้ขายที่ดินสองแปลงให้โจทก์ คือแปลงโฉนดเลขที่ 6741 ขายให้ราคา 3,254,700 บาท โดยแยกเป็นราคาที่ดิน 1,627,350 บาท เป็นค่าปรับปรุงที่ดิน 1,627,350 บาท โจทก์วางมัดจำและชำระราคาส่วนหนึ่งไปแล้วเป็นเงิน 325,740 บาท ส่วนที่เหลือจะชำระเมื่อจำเลยแจ้งว่าโฉนดเรียบร้อยแล้ว จำเลยจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในวันชำระราคาเสร็จ และแปลงโฉนดเลขที่ 1263 ขายในราคา 2,040,000 บาท โดยแยกเป็นราคาที่ดิน 1,020,000 บาท เป็นค่าปรับปรุงที่ดิน 1,020,000 บาท โจทก์วางมัดจำและชำระราคาส่วนหนึ่งไปแล้วเป็นเงิน 204,000 บาท ส่วนที่เหลือจะชำระเมื่อจำเลยแจ้งว่าโฉนดเรียบร้อยแล้ว จำเลยจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในวันชำระราคาเสร็จ

ทั้งนี้จำเลยรับปรับปรุงที่ดินโดยการถมดินให้มีระดับสูงเสมอคันนาที่มีอยู่ในที่พิพาทก่อนรับชำระราคาส่วนที่เหลือและก่อนวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ แต่จำเลยทั้งแปดเพิกเฉยไม่ทำการปรับปรุงที่ดินตามที่ตกลงไว้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งแปดปรับปรุงที่ดินพิพาทแล้วจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ และรับราคาส่วนที่เหลือ5,294,700 บาท หากจำเลยไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยทั้งแปดให้การว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาท2 แปลง กับโจทก์จริง โดยโจทก์ชำระเงินให้บางส่วนตามฟ้อง ส่วนที่เหลือให้โจทก์ชำระในวันจดทะเบียนโอน เมื่อโจทก์ได้รับแจ้งจากจำเลยว่าโฉนดเรียบร้อยแล้ว โดยผ่านทางนายหน้าภายใน 7 วัน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2523 จำเลยทั้งแปดได้มอบให้ตัวแทนแจ้งไปยังนายหน้าว่าโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ขอให้นายหน้าแจ้งให้โจทก์ชำระราคาที่หักมัดจำออกแล้วภายใน 10 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ โจทก์ได้รับหนังสือแล้วไม่ชำระราคาภายในกำหนด เวลาล่วงไปสามปีเศษ จำเลยจึงให้ตัวแทนมีหนังสือบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายที่พิพาท ในการทำสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว จำเลยมิได้ตกลงปรับปรุงถมที่ดินพิพาทให้มีระดับสูงเสมอคันนาก่อนรับชำระราคาที่ดินที่เหลือและก่อนวันจดทะเบียนโอน แต่ที่กำหนดแบ่งราคาออกเป็นค่าปรับปรุงที่ดินด้วยก็เพื่อให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมโอน และค่าภาษีอากรน้อยลงเท่านั้น ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยนำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมายล.3, ล.4 ข้อ 2.1 ที่เกี่ยวกับการปรับปรุงที่ดิน เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 นั้น เห็นว่า สัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย ล.3, ล.4 ข้อ 2.1 ระบุถึงเรื่องการปรับปรุงที่ดินเพียงว่า "ผู้จะซื้อยินดีจะจ่ายส่วนหนึ่งของค่าที่ดินให้แก่ผู้จะขายเป็นค่าปรับปรุงที่" ข้อความดังกล่าวบ่งถึงข้อตกลงระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้จะซื้อกับจำเลย ซึ่งเป็นผู้จะขายเกี่ยวกับการปรับปรุงที่ดินที่จะซื้อขายกัน แต่ข้อตกลงนั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่หรือมีสาระสำคัญอย่างไรนั้น จะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบมา ซึ่งในการนำสืบถึงข้อตกลงในลักษณะเช่นนี้ หามีกฎหมายบังคับให้มีพยานเอกสารมาแสดงไม่ จำเลยจึงมีสิทธินำสืบพยานบุคคลในข้อนี้ได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา94...ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง · สัมฤทธิ์ ไชยศิร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7433/2538

โจทก์กับจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันเป็นหนังสือแม้โจทก์ได้วางมัดจำด้วยก็ถือว่าการวางมัดจำเป็นเพียงข้อสัญญาข้อหนึ่งเท่านั้นหาใช่ทำสัญญากันด้วยการวางมัดจำไม่เมื่อตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินไม่มีข้อควา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2521/2559

การจะซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกฎหมายกำหนดรูปแบบและหลักฐานในการทำสัญญากันไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง ว่า สัญญาจะขายหรือจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้มีหลักฐานเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2574/2556

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การตอนแรกว่า ต. และจำเลยที่ 1 ไม่เคยขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ แต่สัญญาซื้อขายตามฟ้องเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญากู้ที่ ต. และจำเลยที่ 1 กู้เงินไปจากโจทก์ จึงเป็นคำให้การที่แสดงการปฏิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 640/2555

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคแรก เป็นกรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีเอกสารมาแสดง เมื่อหนังสือสัญญาขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระบุว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15379/2555

ตามหนังสือสัญญาซื้อขายมีข้อความว่า โจทก์ขายบ้านพร้อมที่ดินและกิจการน้ำดื่มแก่จำเลยที่ 1 เป็นเงิน 2,000,000 บาท และยอมส่งมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่จำเลยที่ 1 ในวันเดียวกัน แม้หนังสือสัญญาซื้อขายจะระบุชื่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้