Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7767/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การประสบอันตรายในคดีนี้เป็นเหตุให้ ส. ได้รับบาดเจ็บกระดูกแขนซ้ายแตกหัก กล้ามเนื้อแขนซ้ายชอกช้ำ กระดูกสันหลังระดับทรวงอกปล้องที่ 12 และระดับเอวปล้องที่ 1 หักยุบ แพทย์ทำการรักษาโดยการผ่าตัดดามกระดูกแขนซ้ายด้วยโลหะและใส่เฝือกพยุงหลัง ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่ระยะหนึ่ง แพทย์รักษาทางยาและทำกายภาพบำบัด ต่อมาแพทย์ทำการผ่าตัดเพื่อนำเอาเหล็กที่ดามไว้ที่แขนซ้ายออก ดังนี้ แม้การประสบอันตรายของ ส. จะได้รับการผ่าตัดเพื่อดามและถอดเหล็กดามที่กระดูกแขนซ้ายเพียงแห่งเดียวก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าเป็นกรณีที่ ส. ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงของกระดูกหลายแห่งและต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขซึ่งอยู่ในเกณฑ์จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นเพิ่มอีกไม่เกินหกหมื่นห้าพันบาทสำหรับการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่มีลักษณะตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ.2551 ข้อ 3 (2) แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 251/2554 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2554 ของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน และให้จำเลยชำระค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินจาก 45,000 บาท อีกจำนวน 33,421 บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 9 พิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 ที่ 251/2554 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2554 และให้จำเลยชำระเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินจาก 45,000 บาท อีกจำนวน 33,421 บาท แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการจำหน่ายเบียร์ สุรา โซดา และน้ำดื่ม ส่วนจำเลยเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย สังกัดกระทรวงแรงงานมีอำนาจหน้าที่ชี้ขาดและออกคำสั่งเกี่ยวกับพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2553 เวลาประมาณ 14 นาฬิกา นายเสรี ลูกจ้างของโจทก์ทำงานในตำแหน่งพนักงานขาย ขับรถยนต์นำสินค้าไปส่งให้ลูกค้าของโจทก์ ขณะขับรถกลับข้ามทางรถไฟได้เฉี่ยวชนกับขบวนรถไฟ บริเวณหมู่ที่ 1 ตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นเหตุให้นายเสรีได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลจะนะแล้วแพทย์ส่งตัวนายเสรีไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลา

ผลการตรวจพบว่ากระดูกแขนซ้ายแตกหัก กล้ามเนื้อแขนซ้ายชอกช้ำ กระดูกสันหลังระดับทรวงอกปล้องที่ 12 และระดับเอวปล้องที่ 1 หักยุบ แพทย์ทำการรักษาโดยการผ่าตัดดามกระดูกแขนซ้ายด้วยโลหะ และใส่เฝือกพยุงหลัง นายเสรีต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสงขลาตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2553ถึงวันที่ 3 กันยายน 2553 รวม 9 วัน แล้วย้ายไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 3 ถึงวันที่ 10 กันยายน 2553 รวม 7 วัน แพทย์รักษาทางยาและทำกายภาพบำบัด ต่อมาวันที่ 6 ธันวาคม 2553 นายเสรีเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลหาดใหญ่เพื่อนำเอาเหล็กที่ดามไว้ที่แขนข้างซ้ายออก ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหาดใหญ่จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2553 เสียค่ารักษาพยาบาลรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 78,421 บาทโรงพยาบาลหาดใหญ่แจ้งนายเสรีว่ามีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมได้เป็นเงินเพียง 45,000 บาท

เท่านั้น โจทก์ในฐานะนายจ้างจึงออกเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินเป็นเงิน 33,421 บาท แทนนายเสรีไป ต่อมาวันที่ 21 ธันวาคม 2553 โจทก์ยื่นคำขอรับเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนเกิน 45,000 บาท ต่อสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลาซึ่งแจ้งผลการวินิจฉัยตามมติคณะอนุกรรมการการแพทย์หน่วยที่ 2 ในการประชุมครั้งที่ 8/2554 วันที่ 27 เมษายน 2554 ว่า การประสบอันตรายของนายเสรีมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 45,000 บาท เนื่องจากการบาดเจ็บไม่เข้าข่ายกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ.2551 ข้อ 3โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำวินิจฉัยต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ต่อมาวันที่ 30 ธันวาคม 2554 สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลาแจ้งคำวินิจฉัยคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 251/2554 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2554 ให้โจทก์ทราบว่า

นายเสรีได้รับบาดเจ็บที่กระดูกมากกว่าหนึ่งแห่งแต่ได้รับการผ่าตัดดามกระดูกแขนซ้ายเพียงแห่งเดียวกรณีไม่ใช่การบาดเจ็บอย่างรุนแรงของกระดูกหลายแห่งและต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ.2551 ข้อ 3 (2) และในกรณีนี้แม้เป็นการบาดเจ็บกระดูกสันหลังหักยุบแต่ยังคงมีความมั่นคง (STABLE) และไม่มีอาการทางระบบประสาท แพทย์จึงใส่เฝือกดามหลัง จึงไม่ใช่กรณีการบาดเจ็บอย่างรุนแรงของกระดูกสันหลัง ไขสันหลัง หรือรากประสาทตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ.2551 ข้อ 3 (4) การประสบอันตรายของนายเสรีมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 45,000 บาท ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์

โจทก์จึงมาฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ที่ 251/2554 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2554 ศาลแรงงานภาค 9 วินิจฉัยว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่านายเสรีเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลาตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2553 เรื่อยมาแล้วเข้ารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ถึงวันที่ 10 กันยายน 2553 แล้วเข้ารักษาตัวต่อเนื่องที่โรงพยาบาลหาดใหญ่อีก 2 ครั้ง คือวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 และวันที่ 6 ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2553 เป็นการเข้ารับการรักษาโดยมีค่ารักษาพยาบาลเป็นค่ายามาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 วัน ต้องด้วยประกาศกระทรวงแรงงานเรื่องการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอย่างอื่นซึ่งรุนแรงหรือเรื้อรัง พ.ศ.2553 ข้อ 4 (4)

ย่อมถือว่านายเสรีได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงของกระดูกสันหลังตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ.2551 ข้อ 3 (4) กับวินิจฉัยว่า ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ.2551 ข้อ 3 กำหนดว่า การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยของลูกจ้างในลักษณะดังต่อไปนี้ (2) บาดเจ็บอย่างรุนแรงของกระดูกหลายแห่งและต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขนั้น ไม่มีข้อกำหนดว่าจะต้องเป็นการผ่าตัดแก้ไขของกระดูกที่ได้รับบาดเจ็บทุกแห่งไป กรณีนายเสรีประสบอันตรายบาดเจ็บของกระดูกหลายแห่ง แม้แพทย์จะทำการรักษาโดยการผ่าตัดดามกระดูกแขนซ้ายเพียงอย่างเดียว ส่วนกระดูกสันหลังได้รับการรักษาโดยการใส่เฝือกก็ตาม ก็ต้องถือเป็นการได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงของกระดูกหลายแห่งและได้รับการผ่าตัดแก้ไข ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย

พ.ศ.2551 ข้อ 3 (2) แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การประสบอันตรายของนายเสรี ลูกจ้าง เป็นกรณีบาดเจ็บอย่างรุนแรงของกระดูกหลายแห่งและต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ.2551ข้อ 3 (2) หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลแรงงานภาค 9 รับฟังมาว่า การประสบอันตรายในคดีนี้เป็นเหตุให้นายเสรีได้รับบาดเจ็บกระดูกแขนซ้ายแตกหัก กล้ามเนื้อแขนซ้ายชอกช้ำกระดูกสันหลังระดับทรวงอกปล้องที่ 12 และระดับเอวปล้องที่ 1 หักยุบ แพทย์ทำการรักษาโดยการผ่าตัดดามกระดูกแขนซ้ายด้วยโลหะและใส่เฝือกพยุงหลัง ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่ระยะหนึ่ง แพทย์รักษาทางยาและทำกายภาพบำบัด

ต่อมาแพทย์ทำการผ่าตัดเพื่อนำเอาเหล็กที่ดามไว้ที่แขนซ้ายออก ดังนี้ แม้การประสบอันตรายดังกล่าวของนายเสรีจะได้รับการผ่าตัดเพื่อดามและถอดเหล็กดามที่กระดูกแขนซ้ายเพียงแห่งเดียวก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าเป็นกรณีที่นายเสรีได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงของกระดูกหลายแห่งและต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขซึ่งอยู่ในเกณฑ์จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นเพิ่มอีกไม่เกินหกหมื่นห้าพันบาทสำหรับการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่มีลักษณะตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ.2551 ข้อ 3 (2) แล้ว ที่ศาลแรงงานภาค 9 วินิจฉัยมาในประเด็นดังกล่าวจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนอุทธรณ์ประการอื่นของจำเลยไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วาสนา หงส์เจริญ · วิชัย เอื้ออังคณากุล · นิยุต สุภัทรพาหิรผล
ศาลล่าง
ศาลแรงงานภาค 9 - นายพรสักก์ พิทักษ์ธรรม
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.655/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ9/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ86/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้