Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7772/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โฉนดที่ดินพิพาทมีชื่อ ท.ภริยาจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ในเบื้องต้น ท. ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว เมื่อโจทก์คัดค้านว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. โจทก์จึงต้องมีหน้าที่นำสืบให้เห็นตามข้อกล่าวอ้าง ท.ภริยาจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดพิพาทไว้แก่ผู้ร้อง โดยผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองไม่ทราบว่า จำเลยมี ส่วนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทอยู่ครึ่งหนึ่งผู้ร้องจึงมิได้ให้ท.นำจำเลยมาให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมจำนองที่ดินพิพาทตามระเบียบ และเมื่อโจทก์มิได้สืบพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้ร้องรับจำนองที่ดินพิพาทไว้โดยไม่สุจริตจึงต้องถือว่าผู้ร้องรับจำนองโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 ดังนี้ การจำนองดังกล่าวจึงสมบูรณ์และมีผลผูกพันที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์จำนองทั้งหมดทุกส่วน ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองจากที่ดินโฉนดพิพาททั้งหมดก่อนเจ้าหนี้อื่น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ยึดโฉนดเลขที่ 48844 ตำบลเหมืองง่า อำเภอลำพูน จังหวัดลำพูนเนื้อที่ 63 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างผู้ร้องยื่นคำร้องว่า นางทองม้วน สุภาวงศ์ ภริยาจำเลยกู้เงินจากผู้ร้องจำนวน 1,000,000 บาท และจดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวเป็นประกันวงเงิน 400,000 บาท ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ์ชอบที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญ ขอให้ผู้ร้องมีสิทธิรับเงินจากการขายที่ดินดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้อื่นโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ทรัพย์สินที่โจทก์ยึดเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนางทองม้วน นางทองม้วนทำสัญญาจำนองเป็นประกันโดยจำเลยไม่ได้ให้ความยินยอม นางทองม้วนจึงต้องรับผิดต่อผู้ร้องเพียงเฉพาะส่วนของนางทองม้วนผู้ร้องจึงมีบุริมสิทธิเพียงกึ่งหนึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองจากทรัพย์สินที่จำนองกึ่งหนึ่งก่อนเจ้าหนี้รายอื่นผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้ร้องว่าผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองจากที่ดินพิพาททั้งหมดก่อนเจ้าหนี้อื่นหรือไม่ เห็นว่าโฉนดที่ดินพิพาทมีชื่อนางทองม้วนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ในเบื้องต้นนางทองม้วนย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว เมื่อโจทก์คัดค้านว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนางทองม้วน ผู้ร้องมีบุริมสิทธิเพียงกึ่งหนึ่ง โจทก์จึงต้องมีหน้าที่นำสืบให้เห็นตามข้อกล่าวอ้าง แต่โจทก์เพียงเบิกความลอย ๆ ว่าจำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทอยู่ครึ่งหนึ่ง โดยโจทก์ไม่ได้นำจำเลยมาเบิกความสนับสนุนข้ออ้างของตน และไม่ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ว่าผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองได้ทราบเช่นนั้น

นอกจากนี้ยังได้ความว่านางทองม้วนหย่าขาดกับจำเลยตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน2536 ตามเอกสารหมาย ร.4 ในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่1/2536 ของศาลจังหวัดลำพูน ต่อมาวันที่ 19 ตุลาคม 2536 ภายหลังหย่าขาดกัน นางทองม้วนกู้ยืมเงินจากผู้ร้องจำนวน 1,000,000 บาท ตามสัญญากู้เอกสารหมาย ร.3 โดยสัญญากู้เงิน ข้อ 8 นางทองม้วน ได้ให้คำรับรองแก่ผู้ร้องว่า นางทองม้วนเป็นเจ้าของที่ดินที่จำนองแต่ผู้เดียว กรณีมีเหตุน่าเชื่อว่าผู้ร้องไม่ทราบผู้ร้องจึงมิได้ให้นางทองม้วนนำจำเลยมาให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมจำนองที่ดินพิพาทตามระเบียบของผู้ร้องอีกและในวันเดียวกันก็ได้รับจำนองที่ดินพิพาทไว้เพื่อประกันหนี้เงินกู้ดังกล่าวของนางทองม้วน

วงเงิน 400,000 บาท ตามหนังสือสัญญาจำนองเอกสารหมาย ร.6 เมื่อโจทก์มิได้กล่าวในคำคัดค้านหรือนำสืบพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้ร้องรับจำนองที่ดินพิพาทไว้โดยไม่สุจริต จึงต้องถือว่าผู้ร้องรับจำนองโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 ดังนี้การจำนองดังกล่าวจึงสมบูรณ์และมีผลผูกพันที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์จำนองทั้งหมดทุกส่วนผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองจากที่ดินพิพาททั้งหมดก่อนเจ้าหนี้อื่นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองจากที่ดินพิพาททั้งหมดก่อนเจ้าหนี้อื่น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · พิมล สมานิตย์ · กนก พรรณรักษา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2538

เมื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินและบ้านพิพาทหลังจากป.พ.พ. บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ใช้บังคับแล้ว แม้โจทก์และจำเลยที่ 1 จะสมรสกันก่อน ป.พ.พ. บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519ใช้บังคับก็ต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1108/2561

ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิบริษัทเงินทุน ท. ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองและเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้กันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทเพื่อชำระหนี้แก่ผู้ร้อง เป็นการตั้งเร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 378/2559

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287 บัญญัติให้มาตราดังกล่าวอยู่ภายใต้แห่งบทบัญญัติมาตรา 288 และ 289 มีความหมายว่า หากบุริมสิทธิหรือสิทธิอื่น ๆ นั้น เป็นสิทธิประเภทที่อาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตามมาตรา 288 หรือบังคับให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6454/2558

โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำการโดยทุจริตขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ 2 ได้จดทะเบีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3646/2557

ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองและเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 4 ตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.1148/2552 ของศาลชั้นต้น ผู้ร้องย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิในอันที่จะขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินจำนองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 28…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้